เว็บไซต์วิกิพีเดียมีคำอธิบายว่า หลายคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนเรียกทุเรียนว่า king of fruits เพราะลักษณะที่โดดเด่นของทุเรียน คือลูกใหญ่ เปลือกเป็นหนามแข็ง และมีกลิ่นแรง ไม่ว่าบางคนว่าหอม หรือบางคนทนกลิ่นไม่ได้ก็ตาม
คำว่าทุเรียนมาจากภาษามาเลย์ว่า duri แปลว่า หนาม อยู่ในตระกูล durio มีหลากหลายชนิดกว่า 30 ชนิด ที่นิยมกินได้มีราว 9 ชนิด แต่ที่กินกันไปทั่วโลกคือชนิด Durio zibethinus ลูกใหญ่ๆ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ 15 เซนติเมตร และยาว 30 เซนติเมตร
ถิ่นกำเนิดก็อยู่ในภูมิภาคอาเซียนของเรานี่เอง คือ บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบางการศึกษาแย้งว่า อาจอยู่ในฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศไทย แม้ไม่ใช่ต้นกำเนิดแต่เป็นผู้ส่งออกทุเรียนอันดับหนึ่ง จนมีชื่อเสียงว่า ถ้ามาเที่ยวเมืองไทยแล้วก็ควรจะชิมทุเรียนด้วย
ในขณะที่โลกตะวันตกรู้จักผลไม้ชนิดนี้มาเกิน 600 ปีแล้ว จากบันทึกของมิชชันนารีและนักเดินทางชาวตะวันตก หลักฐานที่แพร่หลายคือภาพวาดทุเรียนในหนังสือ Malay Archipelago ปีค.ศ.1896 ของนักธรรมชาตินิยม (คนที่ศึกษาเรื่องพืชและสัตว์) ชาวอังกฤษ ชื่อ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ พร้อมคำบรรยายว่า เนื้อเหมือนคัสตาร์ดเนยข้นผสมกลิ่นรสแรงของอัลมอนด์
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการถ้าไม่กินในปริมาณมากเกินไป Pr
G
De
Ag
Su
Dr
Fi
Ac
Ae
Al
Lo
J
Fr
เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก พร้อมกับมีกำมะถันหรือซัลเฟอร์ ให้พลังงานสูง แต่จะทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย นอกจากนี้ถ้ากินมากเกินไปจะเป็นภัย เพราะมีน้ำตาลสูง และคอเลสเตอรอลสูง
กระทรวงสาธารณสุขเคยออกคำแนะนำในการกินทุเรียนว่า ไม่ควรกินเกิน 2 เม็ดขนาดกลาง และไม่ควรกินร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะซัลเฟอร์จะละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ทำให้แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว ทำให้เมาเร็วและเมาหนักขึ้น ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหายใจ เสี่ยงเสียชีวิตหรือเกิดอาการร้อนใน เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
คุณค่าทางโภชนาการของทุเรียนพบว่า น้ำหนักเฉพาะเนื้อประมาณ 100 กรัม จะให้พลังงานสูงถึง 187 กิโลแคลอรี ให้ ไขมัน 4.1 กรัม โปรตีน 2.5 กรัม และให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ ประมาณ 18 ม.ก. 36 ม.ก. 1 ม.ก. และ 22 ม.ก. ตามลำดับ
ถ้าหากกินครั้งละ 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูก จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากความหวานของทุเรียนมากเกินไปถึงประมาณ 400 กิโลแคลอรี ซึ่งพอๆ กับกินข้าว 5 ทัพพี หรือกินน้ำอัดลมเกือบ 2 กระป๋อง หรือก๋วยเตี๋ยวหมู 1 ชาม สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ให้ระมัดระวังในการกินทุเรียน คือกินได้แต่ในปริมาณที่น้อยกว่าคนปกติ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ การรักษาสมดุลความร้อนในร่างกายไม่ดีเท่าคนที่มีอายุน้อยกว่า
การกินทุเรียนมากเกินไป จึงอาจส่งผลทำให้เกิดความร้อนมากจนเกินไปจนทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพมาก
มีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า ทุเรียนเป็นผลไม้ที่กินแล้วร้อน ดังนั้นจะดับร้อนต้องกินกับผลไม้ที่ให้ความเย็นอย่างมังคุด จะสร้างความสมดุลได้ มังคุดจึงได้รับฉายาว่าเป็นราชินีแห่งผลไม้ หรือ Queen of Fruits
ดูแลสุขภาพหน้าหนาวด้วยสมุนไพรไทย
ช่วงนี้ฤดูหนาวแล้ว หลายคนอาจจะป่วย ด้วยโรคในช่วงฤดูกาลดังกล่าว เช่น ไอ เป็นไข้หวัด ปอดบวม ท้องเสีย เป็นต้น กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเป็นห่วงสุขภาพของทุกคนจึงอยากแนะนำให้ประชาชนกินพืชผักสมุนไพรไทยเป็นประจำในช่วงหน้าหนาวนี้
รสชาติของอาหารสามารถช่วยปรับสมดุลของร่างกายพร้อมรับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงโดยรสชาติอาหารที่อยากแนะนำฤดูหนาวคือ รสเปรี้ยว รสขม และรสเผ็ด Ug
Ha
Je
H
Ni
To
Sa
To
To
Co
Fi
Sp
เพราะรสเปรี้ยวจะช่วยขับเสมหะ รสขมช่วยเจริญอาหารทำให้หลับได้ รสเผ็ดร้อน จะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งรสดังกล่าวจะหาได้ในอาหารที่เรารับประทานแต่ละมื้อนั่นเอง
ทั้งนี้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้แนะนำพืชสมุนไพรที่ควรกินเพื่อคลายหนาวดังนี้
พริก มีสารแคปไซซิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต และจะช่วยให้อาการหนาวชาบริเวณปลายมือและปลายเท้าลดลง
ขิง มีฤทธิ์ร้อน สามมารถช่วยระบายความเย็นภายในออกไป หรือนำขิงอ่อนมาต้มแล้วเติมน้ำตาล หรือน้ำผึ้งและดื่มจะช่วให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น
ยอดมะกอก ช่อมะม่วง ยอดผักติ้ว ยอดผักแต้ว ผักเม็ด มะระ สะเดา ผักพื้นบ้านเหล่านี้ จะมีรสเปรี้ยวและรสขม ช่วยให้ธาตุทั้งสี่ร่างกายสมดุล ร่างกายสดชื่นแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรคในฤดูหนาวนี้
muksitanonsu
Saturday, August 8, 2015
ที่สุดแห่งความสุข เราไม่มีเรา
ในทางโลกถ้าเรามีเรา หมายถึงความรักของคนสองคน ไปไหนก็มีคนกางร่มให้ด้วย ไปไหนก็มีคนขับรถให้ มีคนคอยเปิดประตูให้ ไปกินข้าวมีคนบอกว่าน้องไม่ต้องจ่ายนะพี่จ่ายเอง เรามีเรา ในทางโลกถือเป็นสิ่งที่ดี
แต่ในทางธรรมะถ้าเรามีเราจะยุ่งทันที ความทุกข์จะเกิดจากสภาวะเรามีเรา ส่วนในทางโลกนั้นเขาถือกันว่าถ้าเรามีเราแล้ว มีความสุข แต่ละคนก็เลยพยายามจะมองหาใครสักคนหนึ่งที่ทำให้หัวใจเราเต้นโครมคราม ใครสักคนซึ่งทำให้เราหลงใหลได้ปลื้ม ใครสักคนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเกิดมาเพื่อเรา แล้วเราก็เกิดมาเพื่อเขา ถ้าไม่ได้ใช้ชีวิตคู่กับคนนี้นะโลกนี้ไม่มีความหมาย บางคนคิดอย่างนี้จริงๆ
ไม่นานมานี้มีข่าวหนังสือพิมพ์ มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งทะเลาะกับแฟนแล้วตัดสินใจใช้เชือกผูกคอแล้วกระโดดห้อยต่องแต่งลงตึก ก่อนจะทำอัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย เธอก็ได้เขียนจดหมายถึงแฟนไว้ว่าขออภัย และทำผัดไทยไว้จานหนึ่ง เขียนไว้ในจดหมายรักฉบับสุดท้ายว่า อย่าลืมกินผัดไทยที่พี่ชอบด้วย น้องขอลา แล้วก็กระโดดตึก ตายคาที่ ใครหนอจะกล้ากินผัดไทยได้ลงคอ
นี่คือเรามีเรา เรามีเราแบบโลกๆ มองเผินๆ เหมือนจะมีความสุข ใครก็ตามที่เรารักมากที่สุด คนคนนั้นทำให้เราทุกข์มากที่สุด รักมากที่สุด กอดกันทุกคืน พอเลิกรักกันแล้วเป็นอย่างไร ทำให้เราทุกข์ได้มากที่สุดเหมือนกัน ลูกของเรา สามีของเรา ภรรยาของเรา เรารักมากที่สุด ก็ทุกข์มากที่สุด
สภาวะที่เรามีเรา ในความหมายอย่างโลกๆ คือการที่เราอยากจะมีชีวิตคู่กับใครสักคน ในความหมายทางโลกมองว่าเป็นความสุข แต่ที่จริงแล้วเป็นสุขที่เจือทุกข์ เปรียบเสมือนน้ำผึ้งบนคมมีดโกน สุข สุข ทุกข์ ทุกข์ ทุกข์ สุข ทุกข์ ทุกข์ ดังนั้นแท้จริงแล้วสภาวะเรามีเราสุขหรือทุกข์ ทุกข์ แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นทุกข์ เขามองเห็นแต่สุข ดังนั้นเราจึงพยายามจะแสวงหาใครอีกคนหนึ่งมารวมกับเรา จึงกลายเป็นเรามีเรา
ความทุกข์ลดลง เพราะเราไม่มีเรา
ในทางธรรมท่านบอกว่าเราไม่มีเรา ถ้าเราเข้าใจว่าเราไม่มีเราความทุกข์ในชีวิตจะหายไปครึ่งหนึ่ง และถ้าใครปล่อยวางตัวเราได้สำเร็จ แม้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทั้งหมด ถ้ามีสี่ส่วนเราปล่อยได้เพียงหนึ่งส่วนก็คือเป็นพระโสดาบัน ความทุกข์ของเราก่อนหน้าที่จะเป็นพระโสดาบัน ยิ่งใหญ่หนักแน่นดังขุนเขาหิมาลัย แต่พอเราเข้าใจเรื่องเราไม่มีเราแล้ว ความทุกข์ยิ่งใหญ่ปานขุนเขาหิมาลัยนั้นจะลดขนาดลงเหลือเพียงเมล็ดพันธุ์ผักกาด นี่แค่หนึ่งส่วนสี่ ยังเหลือแค่เมล็ดพันธุ์ผักกาด
อยากมีความทุกข์แค่นี้ไหม ลองถามตัวเอง ขนาดความทุกข์ของเราทุกวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง เปรียบกับอะไรได้บ้าง บางคนบอกทุกข์เหมือนภูเขาไฟฟูจิ กองเป็นภูเขาเลากา บางคนทุกข์เหมือนดอยอินทนนท์ บางคนทุกข์เหมือนดอยนางนอน เป็นดอยที่อยู่เชียงราย จะมีจุดชมวิวอยู่ตรงแม่จันใกล้ๆ ดอยตุง เราเรียกว่าดอยนางนอนก็เพราะว่านางคนนี้เธอนอนมาตั้งแต่เชียงใหม่ แล้วมาจบที่แม่สายเชียงราย ถ้าเธอลุกขึ้นยืนจะสูงขนาดไหน นี่คือเปรียบความทุกข์เหมือนดอยนางนอน
แต่ถ้าเราเข้าใจเรื่องเราไม่มีเรา ความทุกข์จะลดน้อยลงมากเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด อยากให้ความทุกข์เหลือน้อยอย่างนี้ไหม ถ้าอยากก็ต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า ความทุกข์เกิดขึ้นจากอะไร
ในตัวเรามีสองกาย กายหนึ่งเป็นกายเนื้อ อีกกายหนึ่งเป็นกายใน กายเนื้อเวลาเผชิญความทุกข์เจ็บมากไหม ใครมาทุบหลังเราตุ้บ ถ้าเขาไม่เจตนา St Ro Ug Sh Ac Bc To St Je Al Gi Fe Je เราหันไปมองเขาขอโทษ เราเจ็บไหม ถึงเจ็บก็หายทันทีถ้าเขาขอโทษ แต่ถ้ามีใครมาตบหัวเรา ผัวะ หันไปมองแล้วเขายังยิ้มใส่หน้าเรา จริงๆ เจ็บหัวนั้นซาไปแล้ว แต่มันไปสะเทือนที่ใจ และถ้าถูกเขายิ้มเยาะอีก ยิ่งเจ็บ เจ็บนานมาก ถ้าไม่ได้เอาคืนจะอยู่อีกหลายวัน ฉะนั้นทุกๆ ครั้งที่เราถูกกระทำจะมีกายสองกายรับการกระทบ กายหนึ่งเป็นกายเนื้อและอีกกายหนึ่งเป็นกายในหรือกายใจ
คำถามก็คือแล้วกายใจอยู่ไหน กายซึ่งเป็นตัวปัญหาอยู่ตรงไหน กายนอกก็คือร่างกาย ถูกเตะ ต่อย ตี ถูกเหยียบหัวแม่เท้า ในความเป็นจริงนั้นเจ็บไม่นาน เหมือนเราเดินจงกรมอยู่ แล้วมีคนเดินมาเหยียบหัวแม่เท้าเรา เจ็บนานไหม ไม่นาน ไม่ถึงนาที เดินจงกรมอยู่กลางสนาม มดกัดเท้าเจ็บนานไหม ไม่นานเลย
คราวนี้ เอาใหม่ เดินจงกรมอยู่ดีๆ มีคนเดินมาใกล้ๆ แล้วก็เหยียบหัวแม่เท้าเรา เราหันไปมอง คุณคิดว่าคุณเป็นใคร ขอโทษเดี๋ยวนี้ อีกคนพูดว่าเรื่องอะไรต้องขอโทษ ไม่ได้เจตนาสักหน่อย แต่คุณต้องขอโทษ คุณอยากได้นามบัตรฉันไหม จะได้รู้ว่าควรขอโทษหรือไม่ควร คนอื่นๆ เดินจงกรมต่อไป แต่สองคนนี้ยืนทะเลาะกัน คนหนึ่งจะเอาคำขอโทษให้ได้ อีกคนก็ไม่ยอมขอโทษ แล้วหลังจากนั้นภายในไม่ถึงสิบนาทีก็ชกกันตรงนั้น
คำถามก็คือ ในความเป็นจริงเหยียบหัวแม่เท้านั้นมันเจ็บขนาดนั้นไหม ในทางรูปธรรมมันไม่เจ็บหรอก เจ็บก็ไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมเขาจึงไม่ยอม เพราะว่าเขาเจ็บหัวแม่เท้าที่อยู่ข้างใน ไม่ใช่หัวแม่เท้าข้างนอก มดกัดเรา ความปวดมันแล่นเป็นริ้วเป็นริ้วขึ้นมาตามเท้า แต่ถ้าเรากำหนดว่าปวดหนอ ปวดหนอ ปวดหนอ หายไหม หาย แต่ถ้าเรามองหามด อยู่ไหน จะเอาเท้าขยี้ๆ ฉันอยู่กรุงเทพฯไม่เคยโดนมดกัด ขยี้ไม่เพียงแต่หนึ่งตัวที่กัดเราเท่านั้นนะ ยังมองหารังด้วย ตามไปเอาเท้าบดมดร้อยกว่าตัวดับอนาถ
มีใครสักคนเล่นกลอยู่ในตัวเรานี้ ทำให้ชีวิตเล็กๆ ของเรากว้างศอกยาววาหนาคืบ กลายเป็นตำบลกระสุนตก และเป็นรังแห่งความทุกข์ มีใครกี่คนที่รู้ว่าความทุกข์นั้นมันก่อตัวขึ้นตรงไหน น้อยคนจะรู้ เพราะว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้เรียนอ่าน อาตโมโลยี มาจากคำว่า อาตมาบวกกับเทคโนโลยี ซึ่งแปลว่าวิทยาการ หรือศาสตร์วิชาว่าด้วยตัวเรา
อยู่ห้องแอร์ ปวดปัสสาวะบ่อย ผิดปกติไหม
สำหรับอาการปัสสาวะบ่อยนั้นเป็นกลุ่มอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ เช่น 1-2 ครั้งต่อชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ หรือการรับประทานเครื่องดื่มบางประเภท เช่น ชา กาแฟ แอลกอฮอลล์
สาเหตุส่วนใหญ่ของ อาการกระเพาะปัสสาวะไวเกิน ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อกันว่า เกิดจากระบบประสาทที่บริเวณกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ Ug Dr Bo Be Ah Va To Ug Te Ro H Be ทำให้มีการสั่งงานให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะบีบตัวบ่อยและไวกว่ากำหนด โดยที่ปริมาณปัสสาวะไม่มากพอที่จะทำให้รู้สึกว่าปวดปัสสาวะ
ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการดังกล่าว ได้แก่ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ, เนื้องอกในอุ้งเชิงกราน, โรคเบาหวาน, โรคเบาจืด, การผ่าตัดอุ้งเชิงกราน เป็นต้น
สำหรับอาการที่ปวดปัสสาวะบ่อยเวลาอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ นั้น น่าจะเกิดจากความเย็นกระตุ้นทำให้ปัสสาวะบ่อยได้ อาจจะลองสังเกตง่ายๆ ว่า ถ้าไม่ได้อยู่ในที่เย็นแล้วยังมีอาการดังกล่าวหรือไม่ ถ้ายังมีอาการดังกล่าวอยู่หรือมีอาการร่วมอย่างอื่น เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย เป็นต้น ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยโรคต่อไป
แต่ในทางธรรมะถ้าเรามีเราจะยุ่งทันที ความทุกข์จะเกิดจากสภาวะเรามีเรา ส่วนในทางโลกนั้นเขาถือกันว่าถ้าเรามีเราแล้ว มีความสุข แต่ละคนก็เลยพยายามจะมองหาใครสักคนหนึ่งที่ทำให้หัวใจเราเต้นโครมคราม ใครสักคนซึ่งทำให้เราหลงใหลได้ปลื้ม ใครสักคนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเกิดมาเพื่อเรา แล้วเราก็เกิดมาเพื่อเขา ถ้าไม่ได้ใช้ชีวิตคู่กับคนนี้นะโลกนี้ไม่มีความหมาย บางคนคิดอย่างนี้จริงๆ
ไม่นานมานี้มีข่าวหนังสือพิมพ์ มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งทะเลาะกับแฟนแล้วตัดสินใจใช้เชือกผูกคอแล้วกระโดดห้อยต่องแต่งลงตึก ก่อนจะทำอัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย เธอก็ได้เขียนจดหมายถึงแฟนไว้ว่าขออภัย และทำผัดไทยไว้จานหนึ่ง เขียนไว้ในจดหมายรักฉบับสุดท้ายว่า อย่าลืมกินผัดไทยที่พี่ชอบด้วย น้องขอลา แล้วก็กระโดดตึก ตายคาที่ ใครหนอจะกล้ากินผัดไทยได้ลงคอ
นี่คือเรามีเรา เรามีเราแบบโลกๆ มองเผินๆ เหมือนจะมีความสุข ใครก็ตามที่เรารักมากที่สุด คนคนนั้นทำให้เราทุกข์มากที่สุด รักมากที่สุด กอดกันทุกคืน พอเลิกรักกันแล้วเป็นอย่างไร ทำให้เราทุกข์ได้มากที่สุดเหมือนกัน ลูกของเรา สามีของเรา ภรรยาของเรา เรารักมากที่สุด ก็ทุกข์มากที่สุด
สภาวะที่เรามีเรา ในความหมายอย่างโลกๆ คือการที่เราอยากจะมีชีวิตคู่กับใครสักคน ในความหมายทางโลกมองว่าเป็นความสุข แต่ที่จริงแล้วเป็นสุขที่เจือทุกข์ เปรียบเสมือนน้ำผึ้งบนคมมีดโกน สุข สุข ทุกข์ ทุกข์ ทุกข์ สุข ทุกข์ ทุกข์ ดังนั้นแท้จริงแล้วสภาวะเรามีเราสุขหรือทุกข์ ทุกข์ แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นทุกข์ เขามองเห็นแต่สุข ดังนั้นเราจึงพยายามจะแสวงหาใครอีกคนหนึ่งมารวมกับเรา จึงกลายเป็นเรามีเรา
ความทุกข์ลดลง เพราะเราไม่มีเรา
ในทางธรรมท่านบอกว่าเราไม่มีเรา ถ้าเราเข้าใจว่าเราไม่มีเราความทุกข์ในชีวิตจะหายไปครึ่งหนึ่ง และถ้าใครปล่อยวางตัวเราได้สำเร็จ แม้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทั้งหมด ถ้ามีสี่ส่วนเราปล่อยได้เพียงหนึ่งส่วนก็คือเป็นพระโสดาบัน ความทุกข์ของเราก่อนหน้าที่จะเป็นพระโสดาบัน ยิ่งใหญ่หนักแน่นดังขุนเขาหิมาลัย แต่พอเราเข้าใจเรื่องเราไม่มีเราแล้ว ความทุกข์ยิ่งใหญ่ปานขุนเขาหิมาลัยนั้นจะลดขนาดลงเหลือเพียงเมล็ดพันธุ์ผักกาด นี่แค่หนึ่งส่วนสี่ ยังเหลือแค่เมล็ดพันธุ์ผักกาด
อยากมีความทุกข์แค่นี้ไหม ลองถามตัวเอง ขนาดความทุกข์ของเราทุกวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง เปรียบกับอะไรได้บ้าง บางคนบอกทุกข์เหมือนภูเขาไฟฟูจิ กองเป็นภูเขาเลากา บางคนทุกข์เหมือนดอยอินทนนท์ บางคนทุกข์เหมือนดอยนางนอน เป็นดอยที่อยู่เชียงราย จะมีจุดชมวิวอยู่ตรงแม่จันใกล้ๆ ดอยตุง เราเรียกว่าดอยนางนอนก็เพราะว่านางคนนี้เธอนอนมาตั้งแต่เชียงใหม่ แล้วมาจบที่แม่สายเชียงราย ถ้าเธอลุกขึ้นยืนจะสูงขนาดไหน นี่คือเปรียบความทุกข์เหมือนดอยนางนอน
แต่ถ้าเราเข้าใจเรื่องเราไม่มีเรา ความทุกข์จะลดน้อยลงมากเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด อยากให้ความทุกข์เหลือน้อยอย่างนี้ไหม ถ้าอยากก็ต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า ความทุกข์เกิดขึ้นจากอะไร
ในตัวเรามีสองกาย กายหนึ่งเป็นกายเนื้อ อีกกายหนึ่งเป็นกายใน กายเนื้อเวลาเผชิญความทุกข์เจ็บมากไหม ใครมาทุบหลังเราตุ้บ ถ้าเขาไม่เจตนา St Ro Ug Sh Ac Bc To St Je Al Gi Fe Je เราหันไปมองเขาขอโทษ เราเจ็บไหม ถึงเจ็บก็หายทันทีถ้าเขาขอโทษ แต่ถ้ามีใครมาตบหัวเรา ผัวะ หันไปมองแล้วเขายังยิ้มใส่หน้าเรา จริงๆ เจ็บหัวนั้นซาไปแล้ว แต่มันไปสะเทือนที่ใจ และถ้าถูกเขายิ้มเยาะอีก ยิ่งเจ็บ เจ็บนานมาก ถ้าไม่ได้เอาคืนจะอยู่อีกหลายวัน ฉะนั้นทุกๆ ครั้งที่เราถูกกระทำจะมีกายสองกายรับการกระทบ กายหนึ่งเป็นกายเนื้อและอีกกายหนึ่งเป็นกายในหรือกายใจ
คำถามก็คือแล้วกายใจอยู่ไหน กายซึ่งเป็นตัวปัญหาอยู่ตรงไหน กายนอกก็คือร่างกาย ถูกเตะ ต่อย ตี ถูกเหยียบหัวแม่เท้า ในความเป็นจริงนั้นเจ็บไม่นาน เหมือนเราเดินจงกรมอยู่ แล้วมีคนเดินมาเหยียบหัวแม่เท้าเรา เจ็บนานไหม ไม่นาน ไม่ถึงนาที เดินจงกรมอยู่กลางสนาม มดกัดเท้าเจ็บนานไหม ไม่นานเลย
คราวนี้ เอาใหม่ เดินจงกรมอยู่ดีๆ มีคนเดินมาใกล้ๆ แล้วก็เหยียบหัวแม่เท้าเรา เราหันไปมอง คุณคิดว่าคุณเป็นใคร ขอโทษเดี๋ยวนี้ อีกคนพูดว่าเรื่องอะไรต้องขอโทษ ไม่ได้เจตนาสักหน่อย แต่คุณต้องขอโทษ คุณอยากได้นามบัตรฉันไหม จะได้รู้ว่าควรขอโทษหรือไม่ควร คนอื่นๆ เดินจงกรมต่อไป แต่สองคนนี้ยืนทะเลาะกัน คนหนึ่งจะเอาคำขอโทษให้ได้ อีกคนก็ไม่ยอมขอโทษ แล้วหลังจากนั้นภายในไม่ถึงสิบนาทีก็ชกกันตรงนั้น
คำถามก็คือ ในความเป็นจริงเหยียบหัวแม่เท้านั้นมันเจ็บขนาดนั้นไหม ในทางรูปธรรมมันไม่เจ็บหรอก เจ็บก็ไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมเขาจึงไม่ยอม เพราะว่าเขาเจ็บหัวแม่เท้าที่อยู่ข้างใน ไม่ใช่หัวแม่เท้าข้างนอก มดกัดเรา ความปวดมันแล่นเป็นริ้วเป็นริ้วขึ้นมาตามเท้า แต่ถ้าเรากำหนดว่าปวดหนอ ปวดหนอ ปวดหนอ หายไหม หาย แต่ถ้าเรามองหามด อยู่ไหน จะเอาเท้าขยี้ๆ ฉันอยู่กรุงเทพฯไม่เคยโดนมดกัด ขยี้ไม่เพียงแต่หนึ่งตัวที่กัดเราเท่านั้นนะ ยังมองหารังด้วย ตามไปเอาเท้าบดมดร้อยกว่าตัวดับอนาถ
มีใครสักคนเล่นกลอยู่ในตัวเรานี้ ทำให้ชีวิตเล็กๆ ของเรากว้างศอกยาววาหนาคืบ กลายเป็นตำบลกระสุนตก และเป็นรังแห่งความทุกข์ มีใครกี่คนที่รู้ว่าความทุกข์นั้นมันก่อตัวขึ้นตรงไหน น้อยคนจะรู้ เพราะว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้เรียนอ่าน อาตโมโลยี มาจากคำว่า อาตมาบวกกับเทคโนโลยี ซึ่งแปลว่าวิทยาการ หรือศาสตร์วิชาว่าด้วยตัวเรา
อยู่ห้องแอร์ ปวดปัสสาวะบ่อย ผิดปกติไหม
สำหรับอาการปัสสาวะบ่อยนั้นเป็นกลุ่มอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ เช่น 1-2 ครั้งต่อชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ หรือการรับประทานเครื่องดื่มบางประเภท เช่น ชา กาแฟ แอลกอฮอลล์
สาเหตุส่วนใหญ่ของ อาการกระเพาะปัสสาวะไวเกิน ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อกันว่า เกิดจากระบบประสาทที่บริเวณกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ Ug Dr Bo Be Ah Va To Ug Te Ro H Be ทำให้มีการสั่งงานให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะบีบตัวบ่อยและไวกว่ากำหนด โดยที่ปริมาณปัสสาวะไม่มากพอที่จะทำให้รู้สึกว่าปวดปัสสาวะ
ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการดังกล่าว ได้แก่ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ, เนื้องอกในอุ้งเชิงกราน, โรคเบาหวาน, โรคเบาจืด, การผ่าตัดอุ้งเชิงกราน เป็นต้น
สำหรับอาการที่ปวดปัสสาวะบ่อยเวลาอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ นั้น น่าจะเกิดจากความเย็นกระตุ้นทำให้ปัสสาวะบ่อยได้ อาจจะลองสังเกตง่ายๆ ว่า ถ้าไม่ได้อยู่ในที่เย็นแล้วยังมีอาการดังกล่าวหรือไม่ ถ้ายังมีอาการดังกล่าวอยู่หรือมีอาการร่วมอย่างอื่น เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย เป็นต้น ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยโรคต่อไป
ทำให้หลับสบายได้ด้วยวิธีง่ายๆ
มีนักวิจัยได้ค้นพบว่าการฟังเพลงสามารถช่วยให้ผ่อนคลายได้ ฟังเพียง 45 นาทีก่อนเข้านอนก็จะสามารถช่วยให้นอนหลับอย่างสบาย ซึ่งใครที่มีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับให้ลองมาฟังเพลงเพื่อแก้ปัญหาแทนการนอน นับแกะจะดีกว่า
จากวารสาร the Journal of Advanced Nursing รายงานว่าได้มีกลุ่มนักวิจัยชาวไต้หวัน ได้ศึกษาถึงรูปแบบของการนอนของผู้สูงอายุ โดยใช้อาสาสมัครที่เป็นคนสูงอายุจำนวน 60 คน ที่มีปัญหากับการนอน ในการศึษาในครั้งนี้เขาจะให้อาสาสมัครเหล่านี้เลือกการฟังเพลงก่อนที่จะเข้า นอน หรือเลือกที่จะไม่ฟังเพลงก็ได้ ทั้งนี้เพลงที่ให้เลือกก็จะมีพวกเพลงเบาๆ ช้าๆ ที่มีอัตราจังหวะที่ 60-80 จังหวะต่อนาที เช่น เพลงแจ๊ซ โฟล์ก หรือ วงออเครสตรา โดยมีให้เลือก 6 ม้วน
ผลปรากฏว่าอาสาสมัครที่ได้ฟังเพลงก่อนนอนมีการพัฒนาการนอนดีขึ้น 35 เปอร์เซ็นต์ โดยสามารถนอนหลับได้ดีขึ้นและยาวนานมากขึ้นและมีการลดอาการผิดปกติในเวลา กลางวันได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีอัตราการเต้นของหัวใจและอัตราการหายใจต่ำที่ลดลง
ศาสตราจารย์ Hui-Ling Lai จากโรงพยาบาล Buddhist Tzu-Chi General Hospital และมหาวิทยาลัย University of Taiwan ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะวิจัยได้ระบุว่ามีคนที่ฟังเพลงก่อนนอนและมีพัฒนาการนอนดี ขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ถึงมากถึง 26 เปอร์เซ็นต์ และเปอร์เซ็นต์นี้ก็ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นๆ เมื่อพวกเขาสามารถปรับตัวให้ผ่อนคลายได้ด้วยดนตรี
ศาสตราจารย์ Jim Horne จากศูนย์การวิจัยด้านการนอนของมหาวิทยาลัย Loughborough University กล่าวว่าใครก็ตามที่มีเรื่องไม่สบายใจก่อนเข้านอน และหากมีสิ่งๆ หนึ่งที่จะสามารถช่วยให้เขาสามารถหลับได้อย่างสบาย สิ่งนั้นก็เป็นสิ่งที่วิเศษทีเดียว
อย่างไรก็ตามมีบางคนบอกว่าเพื่อให้คนสูงอายุสามารถหลับได้ในตอนกลางคืน ต้องพยายามฝืนอย่าให้เขาหลับในตอนกลางวันเพื่อ เวลากลางคืนเขาจะได้ง่วง แต่เราน่าแนะนำให้เขาใหม่ ให้มาลองฟังเพลงก่อนนอนดูมันอาจจะช่วยได้เหมือนกับรายงานการวิจัยชิ้นนี้
ปวดหลัง มีทางแก้ แค่รู้วิธี
ปัจจุบันผู้ป่วยจำนวนมากที่มาพบแพทย์ด้วยกลุ่มอาการปวด หรือ ยain syndrome โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดหลัง Al Fr So Mi Be Ae Jo Me Ug Ug Ug J Co To ซึ่งอาจจะเป็นได้ตั้งแต่การปวดเฉพาะช่วงเอว หรือปวดขึ้นมาถึงบริเวณต้นคอ โดยในรายที่ปวดมากอาจเคยได้รับการผ่าตัดมาบ้างแล้ว ส่วนรายที่เป็นไม่มากแม้จะไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ก่อความรำคาญให้เจ้าตัวไม่น้อย หรือบางคนต้องเปลี่ยนงาน เปลี่ยนอาชีพ หรือหยุดกิจกรรมบางอย่างจากการปวดหลังทีเดียว
เพราะฉะนั้นเรียนรู้โรคปวดหลังเอาไว้บ้าง อาจช่วยคุณได้มากกว่าที่คิด
สาเหตุของอาการปวดหลัง
อาการปวดหลังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่เป็นสาเหตุหลักที่พบได้บ่อยก็คือ ลักษณะท่าทางในการทำงาน ทั้งคนที่ทำงานนั่งโต๊ะอย่างงานออฟฟิศ หรือคนใช้แรงงานแบกหาม โดยกลุ่มที่ทำงานนั่งโต๊ะมักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการคล้ายๆ กันคือ ปวดหลัง ปวดคอ เมื่อยคอ แบบเป็นๆ หายๆ อันเนื่องมาจากจอคอมพิวเตอร์อยู่สูงเกินไปทำให้ต้องเงยคออยู่ตลอดเวลาเป็นระยะเวลานานๆ โดยไม่รู้ตัว หรือมิฉะนั้นก็อาจจะเกิดจากต้องก้มคอเพื่อดูหน้าจอหรือมองคีย์บอร์ดในขณะทำงาน อาการปวดหลังของคนทำงานออฟฟิศ จึงจัดอยู่กลุ่ม office syndrome ที่มาแรงไม่แพ้อาการอื่นๆ ส่วนกลุ่มอาชีพที่ต้องใช้แรงงานหนักๆ อาจมีอาการปวดหลังปวดคอ ร้าวลงแขนหรือขา ร่วมกับอาการปวด ชาหรืออ่อนแรง
สำหรับสาเหตุรองๆ ลงมาคือ การเสื่อมของกระดูกหรือหมอนรองกระดูกสันหลัง ซึ่งมักพบในกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่ากลุ่มแรก สาเหตุที่เหลือคือกลุ่มที่เป็นโรคแอบแฝง เช่น วัณโรค การติดเชื้อ หรือเนื้องอกในกระดูกสันหลัง หรือไขสันหลัง เป็นต้น
การรักษาอาการปวดหลัง
การรักษาที่ถูกต้องที่สุดคือรักษาให้ตรงกับสาเหตุของอาการปวดหลัง ยกเว้นถ้าหาสาเหตุที่แน่นอนไม่พบ ก็มักจะต้องรักษาแบบประคับประคอง เช่น
- หากปวดหลังเนื่องจากน้ำหนักตัวมากไป ก็ควรลดน้ำหนัก ซึ่งจะช่วยได้มากและเร็วที่สุด
- หากปวดเนื่องมาจากกลุ่มอาการ office syndrome ก็ควรไปแก้ไขที่สาเหตุ เช่นปรับระดับจอให้เหมาะสม คือพอดีกับระดับสายตา จะได้ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ และพยายามเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ รวมทั้งมีการพักสายตาและลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายเมื่อนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานๆ
- หากปวดเนื่องจากการยกของหนัก ก็ควรหลีกเลี่ยง หรือยกให้ถูกวิธี เช่น ย่อเข่าลงไปแล้วจึงค่อยยกของ แทนที่จะใช้วิธีการก้มลงไปยก
- การลดน้ำหนักตัวเป็นการรักษาเชิงป้องกันที่ดีที่สุด และสามารถใช้ได้กับแทบจะทุกสาเหตุ เพียงผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังสามารถลดน้ำหนักได้เพียง 10% ก็จะรับรู้ได้ถึงความแตกต่างทันที แต่ไม่น่าเชื่อว่าการลดน้ำหนักตัวดูเหมือนจะเป็นวิธีการรักษาที่ทำได้ยากกว่าวิธีอื่น
- สำหรับความผิดปกติอื่นที่อาจจะเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังได้ อย่างเช่น หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม หรือ Sh Ar Ug Sh Op Ug Wo So To Pi Gi กระดูกสันหลังเสื่อมอันเนื่องมาจากอายุหรือการใช้งานอย่างหนักมานาน ซึ่งผู้ป่วยมักมีอาการปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาท เรื่อยลงไปถึงแขนหรือขา ร่วมกับอาการแขน ขา ชา หรืออ่อนแรง ในกรณีเช่นนี้การรักษาจะขึ้นกับความรุนแรงของโรค โดยในรายที่เป็นมากอาจต้องผ่าตัด แต่หากเป็นไม่มาก อาจพิจารณาให้กินยาและลดน้ำหนักตัวลง
- โรคไต ก็เป็นอีกโรคที่มักทำให้ปวดหลัง โดยสิ่งที่บ่งบอกว่าเป็นอาการปวดหลังจากโรคไต คือ มักมีอาการปวดรุนแรงทันที มีไข้ ปัสสาวะเปลี่ยนสี แสบ ขัดเวลาถ่ายเบา รวมถึงอาการปวดจะรุนแรงมากถ้ามีการกระแทกที่ชายโครงด้านทั้งหลังสองข้าง ซึ่งในกรณีเช่นนี้คงต้องรักษาที่สาเหตุคือโรคไต
วิเคราะห์อาการปวดหลังด้วยตนเอง
ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้วิเคราะห์อาการปวดหลังได้ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้รู้ว่าเราควรจะต้องตอบสนองกับอาการปวดอย่างไร หากเป็นแบบนี้
จากวารสาร the Journal of Advanced Nursing รายงานว่าได้มีกลุ่มนักวิจัยชาวไต้หวัน ได้ศึกษาถึงรูปแบบของการนอนของผู้สูงอายุ โดยใช้อาสาสมัครที่เป็นคนสูงอายุจำนวน 60 คน ที่มีปัญหากับการนอน ในการศึษาในครั้งนี้เขาจะให้อาสาสมัครเหล่านี้เลือกการฟังเพลงก่อนที่จะเข้า นอน หรือเลือกที่จะไม่ฟังเพลงก็ได้ ทั้งนี้เพลงที่ให้เลือกก็จะมีพวกเพลงเบาๆ ช้าๆ ที่มีอัตราจังหวะที่ 60-80 จังหวะต่อนาที เช่น เพลงแจ๊ซ โฟล์ก หรือ วงออเครสตรา โดยมีให้เลือก 6 ม้วน
ผลปรากฏว่าอาสาสมัครที่ได้ฟังเพลงก่อนนอนมีการพัฒนาการนอนดีขึ้น 35 เปอร์เซ็นต์ โดยสามารถนอนหลับได้ดีขึ้นและยาวนานมากขึ้นและมีการลดอาการผิดปกติในเวลา กลางวันได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีอัตราการเต้นของหัวใจและอัตราการหายใจต่ำที่ลดลง
ศาสตราจารย์ Hui-Ling Lai จากโรงพยาบาล Buddhist Tzu-Chi General Hospital และมหาวิทยาลัย University of Taiwan ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะวิจัยได้ระบุว่ามีคนที่ฟังเพลงก่อนนอนและมีพัฒนาการนอนดี ขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ถึงมากถึง 26 เปอร์เซ็นต์ และเปอร์เซ็นต์นี้ก็ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นๆ เมื่อพวกเขาสามารถปรับตัวให้ผ่อนคลายได้ด้วยดนตรี
ศาสตราจารย์ Jim Horne จากศูนย์การวิจัยด้านการนอนของมหาวิทยาลัย Loughborough University กล่าวว่าใครก็ตามที่มีเรื่องไม่สบายใจก่อนเข้านอน และหากมีสิ่งๆ หนึ่งที่จะสามารถช่วยให้เขาสามารถหลับได้อย่างสบาย สิ่งนั้นก็เป็นสิ่งที่วิเศษทีเดียว
อย่างไรก็ตามมีบางคนบอกว่าเพื่อให้คนสูงอายุสามารถหลับได้ในตอนกลางคืน ต้องพยายามฝืนอย่าให้เขาหลับในตอนกลางวันเพื่อ เวลากลางคืนเขาจะได้ง่วง แต่เราน่าแนะนำให้เขาใหม่ ให้มาลองฟังเพลงก่อนนอนดูมันอาจจะช่วยได้เหมือนกับรายงานการวิจัยชิ้นนี้
ปวดหลัง มีทางแก้ แค่รู้วิธี
ปัจจุบันผู้ป่วยจำนวนมากที่มาพบแพทย์ด้วยกลุ่มอาการปวด หรือ ยain syndrome โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดหลัง Al Fr So Mi Be Ae Jo Me Ug Ug Ug J Co To ซึ่งอาจจะเป็นได้ตั้งแต่การปวดเฉพาะช่วงเอว หรือปวดขึ้นมาถึงบริเวณต้นคอ โดยในรายที่ปวดมากอาจเคยได้รับการผ่าตัดมาบ้างแล้ว ส่วนรายที่เป็นไม่มากแม้จะไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ก่อความรำคาญให้เจ้าตัวไม่น้อย หรือบางคนต้องเปลี่ยนงาน เปลี่ยนอาชีพ หรือหยุดกิจกรรมบางอย่างจากการปวดหลังทีเดียว
เพราะฉะนั้นเรียนรู้โรคปวดหลังเอาไว้บ้าง อาจช่วยคุณได้มากกว่าที่คิด
สาเหตุของอาการปวดหลัง
อาการปวดหลังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่เป็นสาเหตุหลักที่พบได้บ่อยก็คือ ลักษณะท่าทางในการทำงาน ทั้งคนที่ทำงานนั่งโต๊ะอย่างงานออฟฟิศ หรือคนใช้แรงงานแบกหาม โดยกลุ่มที่ทำงานนั่งโต๊ะมักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการคล้ายๆ กันคือ ปวดหลัง ปวดคอ เมื่อยคอ แบบเป็นๆ หายๆ อันเนื่องมาจากจอคอมพิวเตอร์อยู่สูงเกินไปทำให้ต้องเงยคออยู่ตลอดเวลาเป็นระยะเวลานานๆ โดยไม่รู้ตัว หรือมิฉะนั้นก็อาจจะเกิดจากต้องก้มคอเพื่อดูหน้าจอหรือมองคีย์บอร์ดในขณะทำงาน อาการปวดหลังของคนทำงานออฟฟิศ จึงจัดอยู่กลุ่ม office syndrome ที่มาแรงไม่แพ้อาการอื่นๆ ส่วนกลุ่มอาชีพที่ต้องใช้แรงงานหนักๆ อาจมีอาการปวดหลังปวดคอ ร้าวลงแขนหรือขา ร่วมกับอาการปวด ชาหรืออ่อนแรง
สำหรับสาเหตุรองๆ ลงมาคือ การเสื่อมของกระดูกหรือหมอนรองกระดูกสันหลัง ซึ่งมักพบในกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่ากลุ่มแรก สาเหตุที่เหลือคือกลุ่มที่เป็นโรคแอบแฝง เช่น วัณโรค การติดเชื้อ หรือเนื้องอกในกระดูกสันหลัง หรือไขสันหลัง เป็นต้น
การรักษาอาการปวดหลัง
การรักษาที่ถูกต้องที่สุดคือรักษาให้ตรงกับสาเหตุของอาการปวดหลัง ยกเว้นถ้าหาสาเหตุที่แน่นอนไม่พบ ก็มักจะต้องรักษาแบบประคับประคอง เช่น
- หากปวดหลังเนื่องจากน้ำหนักตัวมากไป ก็ควรลดน้ำหนัก ซึ่งจะช่วยได้มากและเร็วที่สุด
- หากปวดเนื่องมาจากกลุ่มอาการ office syndrome ก็ควรไปแก้ไขที่สาเหตุ เช่นปรับระดับจอให้เหมาะสม คือพอดีกับระดับสายตา จะได้ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ และพยายามเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ รวมทั้งมีการพักสายตาและลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายเมื่อนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานๆ
- หากปวดเนื่องจากการยกของหนัก ก็ควรหลีกเลี่ยง หรือยกให้ถูกวิธี เช่น ย่อเข่าลงไปแล้วจึงค่อยยกของ แทนที่จะใช้วิธีการก้มลงไปยก
- การลดน้ำหนักตัวเป็นการรักษาเชิงป้องกันที่ดีที่สุด และสามารถใช้ได้กับแทบจะทุกสาเหตุ เพียงผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังสามารถลดน้ำหนักได้เพียง 10% ก็จะรับรู้ได้ถึงความแตกต่างทันที แต่ไม่น่าเชื่อว่าการลดน้ำหนักตัวดูเหมือนจะเป็นวิธีการรักษาที่ทำได้ยากกว่าวิธีอื่น
- สำหรับความผิดปกติอื่นที่อาจจะเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังได้ อย่างเช่น หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม หรือ Sh Ar Ug Sh Op Ug Wo So To Pi Gi กระดูกสันหลังเสื่อมอันเนื่องมาจากอายุหรือการใช้งานอย่างหนักมานาน ซึ่งผู้ป่วยมักมีอาการปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาท เรื่อยลงไปถึงแขนหรือขา ร่วมกับอาการแขน ขา ชา หรืออ่อนแรง ในกรณีเช่นนี้การรักษาจะขึ้นกับความรุนแรงของโรค โดยในรายที่เป็นมากอาจต้องผ่าตัด แต่หากเป็นไม่มาก อาจพิจารณาให้กินยาและลดน้ำหนักตัวลง
- โรคไต ก็เป็นอีกโรคที่มักทำให้ปวดหลัง โดยสิ่งที่บ่งบอกว่าเป็นอาการปวดหลังจากโรคไต คือ มักมีอาการปวดรุนแรงทันที มีไข้ ปัสสาวะเปลี่ยนสี แสบ ขัดเวลาถ่ายเบา รวมถึงอาการปวดจะรุนแรงมากถ้ามีการกระแทกที่ชายโครงด้านทั้งหลังสองข้าง ซึ่งในกรณีเช่นนี้คงต้องรักษาที่สาเหตุคือโรคไต
วิเคราะห์อาการปวดหลังด้วยตนเอง
ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้วิเคราะห์อาการปวดหลังได้ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้รู้ว่าเราควรจะต้องตอบสนองกับอาการปวดอย่างไร หากเป็นแบบนี้
ทำให้ความทุกข์กลัวเรา
หนูดี-วนิษาถ่ายทอดความคิดที่ตกผลึก ถึงการใช้ประโยชน์และควบคุมอำนาจ หลังจากเข้าร่วมงานภาวนา ศิลปะของอำนาจ นำโดยหลวงปู่ติช นัท ฮันห์
หนูดีมาอยู่ที่ภูเขางาม รีสอร์ท จังหวัดนครนายก เพื่อร่วมงานภาวนา ศิลปะของอำนาจ นำโดยท่านเจ้าอาวาสวัดพลัม ประเทศฝรั่งเศส หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ชาวเวียดนามวัยกว่า 80 ปี
งานภาวนาครั้งนี้ เน้นผู้เข้าร่วมที่เป็นนักธุรกิจหรือผู้บริหารเท่านั้น เพราะเรื่องราวที่พูดเกี่ยวข้องกับการดูแล อำนาจ แต่เมื่อมองไปที่รายละเอียดอย่างลึกซึ้งแล้ว หนูดีพบว่า นี่เป็นเรื่องราวที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ แม้ว่าจะไม่ใช่นักธุรกิจก็ตาม
อำนาจ ในความหมายของหลวงปู่และความหมายของศาสนาพุทธ ก็คือ เรื่องของ พละ 5 หรือ กำลังทั้งห้า ที่ประกอบด้วย อำนาจแห่งศรัทธา อำนาจแห่งความเพียร อำนาจแห่งสติ อำนาจแห่งสมาธิและอำนาจแห่งความเห็นแจ้ง เมื่อเรามีสิ่งเหล่านี้ครบ ก็เท่ากับว่าเรามีพลังและอำนาจ อำนาจเหล่านี้จะไม่ทำให้ใครทุกข์ ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้เรามีความสุขได้อย่างมากและอย่างลึกซึ้ง
เช้าวันแรก เราพูดคุยกันถึงอำนาจที่เป็นพื้นฐานของความสุข คือ มหาปัญญา ฟังดูแล้วยิ่งใหญ่มาก แต่หลวงปู่บอกว่า มหาปัญญาก็แปลได้ง่ายๆ ว่า ความเข้าใจ แต่เราจะเข้าใจเรื่องอะไรกันดี ในเมื่อโลกนี้มีเรื่องให้ทำความเข้าใจมากมาย ท่านบอกว่า เรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจนั้น ก็คือ ความทุกข์ของเราเอง เมื่อทำความเข้าใจถึงก้นบึ้งของความทุกข์ได้ นั่นก็คือ การเกิดขึ้นแล้วของมหาปัญญา
เมื่อหันกลับมามอง มาเข้าใจความทุกข์ว่ามีธรรมชาติอย่างไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร สิ่งมหัศจรรย์สองสิ่งจะเกิดขึ้น สิ่งแรกก็คือ เราจะมีความสุขมากขึ้น เพราะความทุกข์หายไป และสิ่งที่สองก็คือ สามารถอยู่ตรงนั้นได้เพื่อช่วยให้คนอีกคนหนึ่งหายทุกข์ ในสายตาหนูดีแล้ว นี่คือสาระสำคัญของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ คือ การได้ทำให้ทุกข์ของเราเบาบางจนจางหาย กับการช่วยคนอื่นๆให้ทุกข์น้อยลง ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย ได้ทำแค่สิ่งนี้ หนูดีก็ถือว่าเกิดมาคุ้มแล้ว
แต่ความทุกข์มีอยู่ทุกที่ แม้แต่คนที่มีชีวิตสมบูรณ์ที่สุดแล้ว หนูดีคิดว่าความทุกข์มันเป็นของ Built-in หรือ สร้างมาคู่กับความเป็นมนุษย์ Ji Ug Pa Te Dr Jo To Ma Gi Mi Di G Wo เช่น อย่างน้อยเราก็ต้องหิว ง่วง เหนื่อย ปวดเมื่อย ขี้เกียจ เจ็บป่วย คือ ต่อให้เรามีชีวิตสุดยอดเพียงไหน แต่ความทุกข์ก็เหมือนจะรอเราอยู่ที่มุมตึกข้างหน้าเสมอ ในเมื่อหนีไม่ได้ ก็ป่วยการจะหนีค่ะ สู้กันแบบแมนๆ เลยดีกว่า
หนูดีพบสิ่งหนึ่งที่แปลกประหลาดมากหลังจากปฏิบัติธรรมก็คือ พอเราตั้งใจดูความทุกข์แบบเอาจริงเอาจัง ไม่เลี่ยงไม่หลบอีกต่อไป กลับพบว่า ความทุกข์เกิดขึ้นยากมาก ทั้งๆ ที่เมื่อก่อน อะไรนิดอะไรหน่อยก็ทำให้รำคาญไปจนถึงขั้นทุกข์ได้
หนูดีเลยมีทฤษฎีเล็กๆ ส่วนตัวว่า เมื่อเราไม่กลัวความทุกข์ความทุกข์ก็เลยกลัวเราเสียเอง เพราะเมื่อก่อนเราวิ่งหาความสุข เรียนให้ดีก็เพราะอยากมีความสุข แต่พอสอบได้คะแนนต่ำ คราวนี้ทุกข์แบบเต็มๆ หนูดีมาสังเกตตัวเองเมื่อก่อน เหมือนเป็นลูกโป่ง คือ เวลามีความสุขก็เหมือนเป่าลมเข้าไปเต็มที่ ลอยล่องอยู่บนฟ้า เหมือนอยู่เหนือความทุกข์ทั้งหมด แต่พลิกแค่นาทีเดียว เอาวัตถุแห่งความสุขของหนูดีออกไป ก็พร้อมจะพลิกกลับไปอยู่อีกขั้ว คือ ทุกข์มหาศาลได้ทันที
หนูดีนับว่าโชคดีที่เกิดมาเป็นคนพุทธ และเมื่อได้ลองปฏิบัติแบบตั้งใจจริงไม่กี่ปีเท่านั้นเอง โดยเอา หัวใจ ของตัวเองเป็นเครื่องมือทำการทดลอง เฝ้าตามดูความทุกข์และความสุข แล้วก็บอกตัวเองว่า พอเสียทีกับอาการสุขมากทุกข์มาก เพราะตามไม่ทัน เดี๋ยวจะหัวใจวายตายไปเสียก่อน
เมื่อเริ่มมาพิจารณาความทุกข์ของตัวเอง พบว่า จริงๆ แล้วความสุขแอบอยู่ข้างๆ ความทุกข์นั่นเอง ขณะเดียวกัน ความทุกข์ก็แอบอยู่ข้างๆ ความสุขนั่นเอง มันเป็นสองด้านของเหรียญ
เมื่อเรามีความทุกข์ เช่น ความโกรธ พระพุทธเจ้าไม่แนะนำให้เก็บกดอารมณ์นั้นไว้ และไม่แนะนำให้ระเบิดอารมณ์นั้นออกไป ท่านแนะนำให้เราหันไปมองอารมณ์นั้นโดยปราศจากความกลัว ซึ่งหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ แนะนำให้เรา To To Ag Cy Va Ke To To Bp Ug To Pr โอบกอดความโกรธ นั้นไว้ เป็นคำที่เห็นภาพและน่าทำตามที่สุด คือ สมมติว่า ความโกรธเป็นลูกตัวเล็กๆ ที่กำลังร้องไห้จ้า และเราเป็นแม่ที่เต็มไปด้วยความรัก ให้เอาพลังความรักเข้าไปโอบกอดจนความโกรธนั้นหยุด ซึ่งเท่าที่หนูดีลองทำ ได้ผลทุกครั้ง 100%
อีกอำนาจที่พูดถึงคือ อำนาจแห่งความรัก เพราะว่าความรักจะทำให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริง เมื่อมองความโกรธของตัวเองด้วยความรัก ความเมตตา ความโกรธจะจางหาย แต่เมื่อมองคนอื่นที่ทำให้เราโกรธด้วยรักเมตตา ความโกรธที่เรามีต่อเขาก็จะเริ่มจาง
คนเราถ้าไม่ทุกข์ ก็ทำให้คนอื่นทุกข์ไม่ได้ หลวงปู่บอกว่า ใครทำให้เราทุกข์ ให้แค้นใจ แปลว่าคนนั้นเขาทุกข์อยู่ เขาเป็นเหยื่อความทุกข์ของเขา และเราก็เป็นเหยื่อความทุกข์ของเขาเช่นกัน แต่ถ้าเปลี่ยนตัวเองจาก ผู้ถูกกระทำ มาเป็น ผู้เยียวยา เราก็จะพ้นทุกข์ และช่วยคนอื่นให้พ้นทุกข์ได้ด้วยในขณะเดียวกัน
นี่ละค่ะ อำนาจที่แท้จริง ในความหมายของศาสนาพุทธ
หนูดีมาอยู่ที่ภูเขางาม รีสอร์ท จังหวัดนครนายก เพื่อร่วมงานภาวนา ศิลปะของอำนาจ นำโดยท่านเจ้าอาวาสวัดพลัม ประเทศฝรั่งเศส หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ชาวเวียดนามวัยกว่า 80 ปี
งานภาวนาครั้งนี้ เน้นผู้เข้าร่วมที่เป็นนักธุรกิจหรือผู้บริหารเท่านั้น เพราะเรื่องราวที่พูดเกี่ยวข้องกับการดูแล อำนาจ แต่เมื่อมองไปที่รายละเอียดอย่างลึกซึ้งแล้ว หนูดีพบว่า นี่เป็นเรื่องราวที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ แม้ว่าจะไม่ใช่นักธุรกิจก็ตาม
อำนาจ ในความหมายของหลวงปู่และความหมายของศาสนาพุทธ ก็คือ เรื่องของ พละ 5 หรือ กำลังทั้งห้า ที่ประกอบด้วย อำนาจแห่งศรัทธา อำนาจแห่งความเพียร อำนาจแห่งสติ อำนาจแห่งสมาธิและอำนาจแห่งความเห็นแจ้ง เมื่อเรามีสิ่งเหล่านี้ครบ ก็เท่ากับว่าเรามีพลังและอำนาจ อำนาจเหล่านี้จะไม่ทำให้ใครทุกข์ ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้เรามีความสุขได้อย่างมากและอย่างลึกซึ้ง
เช้าวันแรก เราพูดคุยกันถึงอำนาจที่เป็นพื้นฐานของความสุข คือ มหาปัญญา ฟังดูแล้วยิ่งใหญ่มาก แต่หลวงปู่บอกว่า มหาปัญญาก็แปลได้ง่ายๆ ว่า ความเข้าใจ แต่เราจะเข้าใจเรื่องอะไรกันดี ในเมื่อโลกนี้มีเรื่องให้ทำความเข้าใจมากมาย ท่านบอกว่า เรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจนั้น ก็คือ ความทุกข์ของเราเอง เมื่อทำความเข้าใจถึงก้นบึ้งของความทุกข์ได้ นั่นก็คือ การเกิดขึ้นแล้วของมหาปัญญา
เมื่อหันกลับมามอง มาเข้าใจความทุกข์ว่ามีธรรมชาติอย่างไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร สิ่งมหัศจรรย์สองสิ่งจะเกิดขึ้น สิ่งแรกก็คือ เราจะมีความสุขมากขึ้น เพราะความทุกข์หายไป และสิ่งที่สองก็คือ สามารถอยู่ตรงนั้นได้เพื่อช่วยให้คนอีกคนหนึ่งหายทุกข์ ในสายตาหนูดีแล้ว นี่คือสาระสำคัญของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ คือ การได้ทำให้ทุกข์ของเราเบาบางจนจางหาย กับการช่วยคนอื่นๆให้ทุกข์น้อยลง ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย ได้ทำแค่สิ่งนี้ หนูดีก็ถือว่าเกิดมาคุ้มแล้ว
แต่ความทุกข์มีอยู่ทุกที่ แม้แต่คนที่มีชีวิตสมบูรณ์ที่สุดแล้ว หนูดีคิดว่าความทุกข์มันเป็นของ Built-in หรือ สร้างมาคู่กับความเป็นมนุษย์ Ji Ug Pa Te Dr Jo To Ma Gi Mi Di G Wo เช่น อย่างน้อยเราก็ต้องหิว ง่วง เหนื่อย ปวดเมื่อย ขี้เกียจ เจ็บป่วย คือ ต่อให้เรามีชีวิตสุดยอดเพียงไหน แต่ความทุกข์ก็เหมือนจะรอเราอยู่ที่มุมตึกข้างหน้าเสมอ ในเมื่อหนีไม่ได้ ก็ป่วยการจะหนีค่ะ สู้กันแบบแมนๆ เลยดีกว่า
หนูดีพบสิ่งหนึ่งที่แปลกประหลาดมากหลังจากปฏิบัติธรรมก็คือ พอเราตั้งใจดูความทุกข์แบบเอาจริงเอาจัง ไม่เลี่ยงไม่หลบอีกต่อไป กลับพบว่า ความทุกข์เกิดขึ้นยากมาก ทั้งๆ ที่เมื่อก่อน อะไรนิดอะไรหน่อยก็ทำให้รำคาญไปจนถึงขั้นทุกข์ได้
หนูดีเลยมีทฤษฎีเล็กๆ ส่วนตัวว่า เมื่อเราไม่กลัวความทุกข์ความทุกข์ก็เลยกลัวเราเสียเอง เพราะเมื่อก่อนเราวิ่งหาความสุข เรียนให้ดีก็เพราะอยากมีความสุข แต่พอสอบได้คะแนนต่ำ คราวนี้ทุกข์แบบเต็มๆ หนูดีมาสังเกตตัวเองเมื่อก่อน เหมือนเป็นลูกโป่ง คือ เวลามีความสุขก็เหมือนเป่าลมเข้าไปเต็มที่ ลอยล่องอยู่บนฟ้า เหมือนอยู่เหนือความทุกข์ทั้งหมด แต่พลิกแค่นาทีเดียว เอาวัตถุแห่งความสุขของหนูดีออกไป ก็พร้อมจะพลิกกลับไปอยู่อีกขั้ว คือ ทุกข์มหาศาลได้ทันที
หนูดีนับว่าโชคดีที่เกิดมาเป็นคนพุทธ และเมื่อได้ลองปฏิบัติแบบตั้งใจจริงไม่กี่ปีเท่านั้นเอง โดยเอา หัวใจ ของตัวเองเป็นเครื่องมือทำการทดลอง เฝ้าตามดูความทุกข์และความสุข แล้วก็บอกตัวเองว่า พอเสียทีกับอาการสุขมากทุกข์มาก เพราะตามไม่ทัน เดี๋ยวจะหัวใจวายตายไปเสียก่อน
เมื่อเริ่มมาพิจารณาความทุกข์ของตัวเอง พบว่า จริงๆ แล้วความสุขแอบอยู่ข้างๆ ความทุกข์นั่นเอง ขณะเดียวกัน ความทุกข์ก็แอบอยู่ข้างๆ ความสุขนั่นเอง มันเป็นสองด้านของเหรียญ
เมื่อเรามีความทุกข์ เช่น ความโกรธ พระพุทธเจ้าไม่แนะนำให้เก็บกดอารมณ์นั้นไว้ และไม่แนะนำให้ระเบิดอารมณ์นั้นออกไป ท่านแนะนำให้เราหันไปมองอารมณ์นั้นโดยปราศจากความกลัว ซึ่งหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ แนะนำให้เรา To To Ag Cy Va Ke To To Bp Ug To Pr โอบกอดความโกรธ นั้นไว้ เป็นคำที่เห็นภาพและน่าทำตามที่สุด คือ สมมติว่า ความโกรธเป็นลูกตัวเล็กๆ ที่กำลังร้องไห้จ้า และเราเป็นแม่ที่เต็มไปด้วยความรัก ให้เอาพลังความรักเข้าไปโอบกอดจนความโกรธนั้นหยุด ซึ่งเท่าที่หนูดีลองทำ ได้ผลทุกครั้ง 100%
อีกอำนาจที่พูดถึงคือ อำนาจแห่งความรัก เพราะว่าความรักจะทำให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริง เมื่อมองความโกรธของตัวเองด้วยความรัก ความเมตตา ความโกรธจะจางหาย แต่เมื่อมองคนอื่นที่ทำให้เราโกรธด้วยรักเมตตา ความโกรธที่เรามีต่อเขาก็จะเริ่มจาง
คนเราถ้าไม่ทุกข์ ก็ทำให้คนอื่นทุกข์ไม่ได้ หลวงปู่บอกว่า ใครทำให้เราทุกข์ ให้แค้นใจ แปลว่าคนนั้นเขาทุกข์อยู่ เขาเป็นเหยื่อความทุกข์ของเขา และเราก็เป็นเหยื่อความทุกข์ของเขาเช่นกัน แต่ถ้าเปลี่ยนตัวเองจาก ผู้ถูกกระทำ มาเป็น ผู้เยียวยา เราก็จะพ้นทุกข์ และช่วยคนอื่นให้พ้นทุกข์ได้ด้วยในขณะเดียวกัน
นี่ละค่ะ อำนาจที่แท้จริง ในความหมายของศาสนาพุทธ
ทริคดื่มนมตามนาฬิกาชีวิต
คุณผู้อ่านเคยได้ยินประโยคที่ว่ารักใคร...ให้ดื่มนม กันใช่ไหม กับสโลแกนของทางหน่วยงานภาครัฐเมื่อหลายปีก่อน ที่ต้องการรณรงค์ให้คนไทยหันมาดื่มนม เพราะนมเป็นแหล่งโปรตีน แคลเซียม และวิตามินที่แสนจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย หาทานได้ง่าย และราคาไม่แพง
แต่หากจะดื่มนมให้ได้ประโยชน์มากขึ้น บางตำราเขานะนำว่า ให้ศึกษาหลักนาฬิกาชีวิต (Biological Clock) เราก็จะพบว่าไม่จำเป็นต้องไปพึ่งปลาทะเลน้ำลึกที่ไหนหรืออาหารสุขภาพแสนแพง เพราะแค่นม จากแม่วัวธรรมดาแต่ถ้าดื่มให้ถูกช่วงเวลาก็สามารถบำรุงอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างดีทีเดียวเลย จึงขอนำสาระดี ๆ เรื่องการดื่มนมตามหลักนาฬิกาชีวิตมาให้ได้อ่านกัน
คอนเซ็ปต์เรื่อง นาฬิกาชีวิต ของการแพทย์ตะวันออก แบ่งการทำงานของร่างกายออกเป็นช่วงเวลา โดยเชื่อว่าถ้าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตมาให้สอดคล้องกับการทำงานของร่างกายในแต่ละช่วงเวลาก็จะทำให้เรามีสุขภาพดี อายุยืนและไร้ซึ่งโรคภัย ซึ่งดู ๆ แล้วก็ดันไปป๊ะกันแหมเข้าคู่กับคอนเซ็ปต์จังหวะวงจรชีวิต (Circadian Rhythm) ของทางตะวันตกเข้าให้ยังกะเป็นแฝดพี่แฝดน้องกันเลยว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกับนาฬิกาชีวิต และจังหวะวงจรชีวิต ดูกันซิว่านม แต่ละประเภทนั้นเหมาะกับร่างกายในช่วงเวลาไหนบ้าง
05.00 - 07.00 น. ว่ากันว่าช่วงเช้าแบบนี้เป็นช่วงเวลาของการทำงานของลำไส้ใหญ่ควรหัดขับถ่ายในช่วงเช้าให้เป็นนิสัย การดื่มนมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดี รู้อย่างนี้ ตื่นแล้วให้รีบตรงรี่ไปที่ตู้เย็นหานมเปรี้ยว ที่มีจุลินทรีย์มีชีวิตที่เป็นประโยชน์ (Probiotic) มาดื่มกัน
07.00 - 09.00 น. ควรทานอาหารเช้าอย่างเต็มที่เพราะเป็นมื้อแรกหลังจากร่างกายได้พักฟื้นจากการหลับยาวช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของกระเพาะ ร่างกายต้องการพลังงานน่าจะลองเปลี่ยนจากกาแฟ หรือชา มาดื่มนมพาสเจอร์ไรส์รสกาแฟรสช็อกโกแลต หรือมอลต์ที่ให้พลังงานเพื่อสนองต่อความต้องการของกระเพาะน่าจะเข้าท่ากว่า
09.00 - 12.00 น. เป็นช่วงจังหวะของการเรียนและทำงานสมองต้องการถูกกระตุ้นเพื่อให้สามารถใช้ความจำได้เต็มที่ ถ้าเป็นไปได้ลองพักเบรกด้วยโยเกิร์ต ไม่มีไขมัน หรือ โยเกิร์ตไขมันต่ำที่ให้ทั้งกลูโคสและกระตุ้นการทำงานเซลส์สมองช่วยให้ปลอดโปร่งจำและตัดสินใจได้ฉับไว
มาถึงหนุ่มสาวมนุษย์กลางคืนที่เพิ่งมาเริ่มต้นวันเอาช่วงเที่ยงนั้นคงต้องบอกว่าไลฟ์สไตล์ของคุณนั้นทำให้ร่างกายรวนเร Ro To Co Ti Sh To Be To Pr Pa Tr เพราะถ้าเลยมาจนเที่ยงแล้วยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยล่ะ ก็นั่นแปลว่าน้ำตาลในเลือดกำลังต่ำ เมื่อตื่นขึ้นมาคุณก็จะไม่รู้สึกสดชื่นเท่าที่ควร ทีนี้มาดูกันต่อว่าในช่วงเที่ยงนั้น ร่างกายของเรายังคงเดินหน้าทำอะไรกันบ้าง
12.00 - 15.00 น. ช่วงเที่ยงและบ่ายเป็นช่วงของการทำงานของระบบย่อยอาหารอย่างกระเพาะและลำไส้เล็กกระเพาะจะหลั่งกรดออกมาในช่วงเที่ยงการดื่มนมเปรี้ยวตามหลังอาหารจะช่วยให้ลำไส้เล็กย่อยและดูดซึมสารอาหารดีขึ้น ยิ่งถ้าเป็นนมเปรี้ยวสูตร ไม่มีไขมัน ก็จะช่วยล้างไขมันที่เกาะในลำไส้ให้เราอีกต่างหาก
15.00 - 17.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ ควรดื่มน้ำผลไม้เพื่อให้มีการขับปัสสาวะถ้าไม่สามารถหาน้ำผลไม้ได้การดื่มนมเปรี้ยวพร้อมดื่มรสผลไม้ ก็จะช่วยให้กระเพาะปัสสาวะถูกกระตุ้นและได้ขับถ่ายของเสียออกไปจากร่างกายได้เหมือนกัน
17.00 - 21.00 น. หลังเลิกงานเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เยื่อหุ้มหัวใจ ยิ่งสำหรับผู้สูงอายุความดันโลหิตจะต่ำลงการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและความดันให้เหมาะสมช่วงนี้ร่างกายต้องการวิตามินซีและอีสูงแต่เป็นช่วงเวลาที่ไม่ควรทานอาหารมื้อหนัก ดังนั้นการเลือกดื่มนมเปรี้ยวที่เสริมวิตามินซีและอีแทนมื้อเย็นอาจจะเป็นทางเลือกที่เป๊ะที่สุดสำหรับผู้รักสุขภาพ
21.00 - 23.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น และยังเป็นช่วงที่ร่างกายจะสามารถรับแคลเซียมได้มากที่สุดดังนั้นการดื่มนมอุ่น ๆ ซักแก้วก่อนเข้านอนจะช่วยทั้งควบคุมอุณหภูมิในร่างกายและทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพื่อสุขภาพที่ดีควรเลือกนม ไขมันต่ำ และมีแคลเซียมสูงเพียงแค่นำเข้าไมโครเวฟเพียงกิ๊งเดียวในหนึ่งนาทีก็จะได้นมอุ่น ๆ ที่แคลเซียมยังอยู่ครบถ้วยแถมช่วยให้หลับง่ายด้วย
23.00 - 05.00 น. เป็นช่วงเวลาของการปล่อยให้ร่างกายพักผ่อนเพื่อให้ตับหลั่งสารมีราโทนิน (Meratonin) มาฆ่าเชื้อโรคเพื่อขจัดสารพิษให้ร่างกายไม่ให้มีสารตกค้างทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง คนที่นอนดึกอาจจะทำให้ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ทำให้ร่างกายไม่ได้ระบายของเสียออกไป การให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มอิ่มในช่วงนี้จะช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมตื่นขึ้นมารับวันใหม่อย่างสดชื่น
ที่กล่าวมาเป็นเพียงหลักการตามนาฬิกาชีวิต เพื่อให้การเลือกดื่มนม และผลิตภัณฑ์นม ตรงตามระบบการทำงานของร่างกายแต่ถ้าคุณผู้อ่านไม่สามารถปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ตรงกับระบบนาฬิกาชีวิตอย่างน้อยการเลือกดื่มนม นมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ต ก็เป็นการทำให้ร่างกายได้รับอาหารที่ดี มีคุณภาพ ดีกว่าการเลือดดื่มเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยน้ำตาล แต่งสี เติมกลิ่นที่มีอยู่เต็มท้องตลาดในปัจจุบัน
อย่าลืมนะคะว่า You are what you eat อยากสุขภาพดีต้องเริ่มที่การใส่ใจอาหารและเครื่องดื่มที่เราบริโภคกัน
รู้เด็กออทิสติก แค่เกิดได้ 2 เดือน
นักวิจัยโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยเอมอรี ของสหรัฐฯแจ้งว่า To Ug Lo To Gu Ug G Si Ug Fi Al Mm Ae Sh สามารถจะตรวจรู้เด็กออทิสติกได้หลังจากเกิดมาแค่ 2 เดือนเท่านั้นพวกเขารู้ได้จากการวิเคราะห์การมองดูหน้าคนของทารก นับตั้งแต่ลืมตาจนถึงอายุได้ 3 ขวบ
โดยพบว่า เด็กที่ถูกวินิจฉัยภายหลังว่าเป็นเด็กออทิสติก จะลดการมองสบตาคน ในช่วงระยะ 2-3 เดือนแรกของชีวิต อันเป็นลักษณะเฉพาะของเด็กอาการแบบนี้ เด็กเหล่านี้จะค่อยๆ ลดการสบตากับผู้อื่นให้น้อยลง เริ่มตั้งแต่อายุได้ 2 เดือนเป็นต้นมา
ดร.วอร์เรน โจนส์ หัวหน้านักวิจัย กล่าวว่าเราเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกที่อาจจะจับวี่แววของโรคออทิสซึม ในช่วงเดือนต้นๆ ชีวิตได้ นับเป็นร่องรอยแรกเริ่มที่สุดเท่าที่เคยพบกัน และเสริมว่าแต่ผู้เป็นพ่อแม่ของเด็กคงจะสังเกตได้ยาก เพราะอาการดังกล่าวจะต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจึงจะสังเกตได้
แต่หากจะดื่มนมให้ได้ประโยชน์มากขึ้น บางตำราเขานะนำว่า ให้ศึกษาหลักนาฬิกาชีวิต (Biological Clock) เราก็จะพบว่าไม่จำเป็นต้องไปพึ่งปลาทะเลน้ำลึกที่ไหนหรืออาหารสุขภาพแสนแพง เพราะแค่นม จากแม่วัวธรรมดาแต่ถ้าดื่มให้ถูกช่วงเวลาก็สามารถบำรุงอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างดีทีเดียวเลย จึงขอนำสาระดี ๆ เรื่องการดื่มนมตามหลักนาฬิกาชีวิตมาให้ได้อ่านกัน
คอนเซ็ปต์เรื่อง นาฬิกาชีวิต ของการแพทย์ตะวันออก แบ่งการทำงานของร่างกายออกเป็นช่วงเวลา โดยเชื่อว่าถ้าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตมาให้สอดคล้องกับการทำงานของร่างกายในแต่ละช่วงเวลาก็จะทำให้เรามีสุขภาพดี อายุยืนและไร้ซึ่งโรคภัย ซึ่งดู ๆ แล้วก็ดันไปป๊ะกันแหมเข้าคู่กับคอนเซ็ปต์จังหวะวงจรชีวิต (Circadian Rhythm) ของทางตะวันตกเข้าให้ยังกะเป็นแฝดพี่แฝดน้องกันเลยว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกับนาฬิกาชีวิต และจังหวะวงจรชีวิต ดูกันซิว่านม แต่ละประเภทนั้นเหมาะกับร่างกายในช่วงเวลาไหนบ้าง
05.00 - 07.00 น. ว่ากันว่าช่วงเช้าแบบนี้เป็นช่วงเวลาของการทำงานของลำไส้ใหญ่ควรหัดขับถ่ายในช่วงเช้าให้เป็นนิสัย การดื่มนมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดี รู้อย่างนี้ ตื่นแล้วให้รีบตรงรี่ไปที่ตู้เย็นหานมเปรี้ยว ที่มีจุลินทรีย์มีชีวิตที่เป็นประโยชน์ (Probiotic) มาดื่มกัน
07.00 - 09.00 น. ควรทานอาหารเช้าอย่างเต็มที่เพราะเป็นมื้อแรกหลังจากร่างกายได้พักฟื้นจากการหลับยาวช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของกระเพาะ ร่างกายต้องการพลังงานน่าจะลองเปลี่ยนจากกาแฟ หรือชา มาดื่มนมพาสเจอร์ไรส์รสกาแฟรสช็อกโกแลต หรือมอลต์ที่ให้พลังงานเพื่อสนองต่อความต้องการของกระเพาะน่าจะเข้าท่ากว่า
09.00 - 12.00 น. เป็นช่วงจังหวะของการเรียนและทำงานสมองต้องการถูกกระตุ้นเพื่อให้สามารถใช้ความจำได้เต็มที่ ถ้าเป็นไปได้ลองพักเบรกด้วยโยเกิร์ต ไม่มีไขมัน หรือ โยเกิร์ตไขมันต่ำที่ให้ทั้งกลูโคสและกระตุ้นการทำงานเซลส์สมองช่วยให้ปลอดโปร่งจำและตัดสินใจได้ฉับไว
มาถึงหนุ่มสาวมนุษย์กลางคืนที่เพิ่งมาเริ่มต้นวันเอาช่วงเที่ยงนั้นคงต้องบอกว่าไลฟ์สไตล์ของคุณนั้นทำให้ร่างกายรวนเร Ro To Co Ti Sh To Be To Pr Pa Tr เพราะถ้าเลยมาจนเที่ยงแล้วยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยล่ะ ก็นั่นแปลว่าน้ำตาลในเลือดกำลังต่ำ เมื่อตื่นขึ้นมาคุณก็จะไม่รู้สึกสดชื่นเท่าที่ควร ทีนี้มาดูกันต่อว่าในช่วงเที่ยงนั้น ร่างกายของเรายังคงเดินหน้าทำอะไรกันบ้าง
12.00 - 15.00 น. ช่วงเที่ยงและบ่ายเป็นช่วงของการทำงานของระบบย่อยอาหารอย่างกระเพาะและลำไส้เล็กกระเพาะจะหลั่งกรดออกมาในช่วงเที่ยงการดื่มนมเปรี้ยวตามหลังอาหารจะช่วยให้ลำไส้เล็กย่อยและดูดซึมสารอาหารดีขึ้น ยิ่งถ้าเป็นนมเปรี้ยวสูตร ไม่มีไขมัน ก็จะช่วยล้างไขมันที่เกาะในลำไส้ให้เราอีกต่างหาก
15.00 - 17.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ ควรดื่มน้ำผลไม้เพื่อให้มีการขับปัสสาวะถ้าไม่สามารถหาน้ำผลไม้ได้การดื่มนมเปรี้ยวพร้อมดื่มรสผลไม้ ก็จะช่วยให้กระเพาะปัสสาวะถูกกระตุ้นและได้ขับถ่ายของเสียออกไปจากร่างกายได้เหมือนกัน
17.00 - 21.00 น. หลังเลิกงานเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เยื่อหุ้มหัวใจ ยิ่งสำหรับผู้สูงอายุความดันโลหิตจะต่ำลงการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและความดันให้เหมาะสมช่วงนี้ร่างกายต้องการวิตามินซีและอีสูงแต่เป็นช่วงเวลาที่ไม่ควรทานอาหารมื้อหนัก ดังนั้นการเลือกดื่มนมเปรี้ยวที่เสริมวิตามินซีและอีแทนมื้อเย็นอาจจะเป็นทางเลือกที่เป๊ะที่สุดสำหรับผู้รักสุขภาพ
21.00 - 23.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น และยังเป็นช่วงที่ร่างกายจะสามารถรับแคลเซียมได้มากที่สุดดังนั้นการดื่มนมอุ่น ๆ ซักแก้วก่อนเข้านอนจะช่วยทั้งควบคุมอุณหภูมิในร่างกายและทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพื่อสุขภาพที่ดีควรเลือกนม ไขมันต่ำ และมีแคลเซียมสูงเพียงแค่นำเข้าไมโครเวฟเพียงกิ๊งเดียวในหนึ่งนาทีก็จะได้นมอุ่น ๆ ที่แคลเซียมยังอยู่ครบถ้วยแถมช่วยให้หลับง่ายด้วย
23.00 - 05.00 น. เป็นช่วงเวลาของการปล่อยให้ร่างกายพักผ่อนเพื่อให้ตับหลั่งสารมีราโทนิน (Meratonin) มาฆ่าเชื้อโรคเพื่อขจัดสารพิษให้ร่างกายไม่ให้มีสารตกค้างทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง คนที่นอนดึกอาจจะทำให้ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ทำให้ร่างกายไม่ได้ระบายของเสียออกไป การให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มอิ่มในช่วงนี้จะช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมตื่นขึ้นมารับวันใหม่อย่างสดชื่น
ที่กล่าวมาเป็นเพียงหลักการตามนาฬิกาชีวิต เพื่อให้การเลือกดื่มนม และผลิตภัณฑ์นม ตรงตามระบบการทำงานของร่างกายแต่ถ้าคุณผู้อ่านไม่สามารถปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ตรงกับระบบนาฬิกาชีวิตอย่างน้อยการเลือกดื่มนม นมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ต ก็เป็นการทำให้ร่างกายได้รับอาหารที่ดี มีคุณภาพ ดีกว่าการเลือดดื่มเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยน้ำตาล แต่งสี เติมกลิ่นที่มีอยู่เต็มท้องตลาดในปัจจุบัน
อย่าลืมนะคะว่า You are what you eat อยากสุขภาพดีต้องเริ่มที่การใส่ใจอาหารและเครื่องดื่มที่เราบริโภคกัน
รู้เด็กออทิสติก แค่เกิดได้ 2 เดือน
นักวิจัยโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยเอมอรี ของสหรัฐฯแจ้งว่า To Ug Lo To Gu Ug G Si Ug Fi Al Mm Ae Sh สามารถจะตรวจรู้เด็กออทิสติกได้หลังจากเกิดมาแค่ 2 เดือนเท่านั้นพวกเขารู้ได้จากการวิเคราะห์การมองดูหน้าคนของทารก นับตั้งแต่ลืมตาจนถึงอายุได้ 3 ขวบ
โดยพบว่า เด็กที่ถูกวินิจฉัยภายหลังว่าเป็นเด็กออทิสติก จะลดการมองสบตาคน ในช่วงระยะ 2-3 เดือนแรกของชีวิต อันเป็นลักษณะเฉพาะของเด็กอาการแบบนี้ เด็กเหล่านี้จะค่อยๆ ลดการสบตากับผู้อื่นให้น้อยลง เริ่มตั้งแต่อายุได้ 2 เดือนเป็นต้นมา
ดร.วอร์เรน โจนส์ หัวหน้านักวิจัย กล่าวว่าเราเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกที่อาจจะจับวี่แววของโรคออทิสซึม ในช่วงเดือนต้นๆ ชีวิตได้ นับเป็นร่องรอยแรกเริ่มที่สุดเท่าที่เคยพบกัน และเสริมว่าแต่ผู้เป็นพ่อแม่ของเด็กคงจะสังเกตได้ยาก เพราะอาการดังกล่าวจะต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจึงจะสังเกตได้
เตือนใช้วัสดุไม่ดีผ่าตัดหนุนทรวงอก หวั่นจะทำให้ เต้าแตก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของตะวันตก กำลังห่วงว่า การใช้ซิลิโคนที่ไม่ดีมาเสริมเต้านม เป็นการเสี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดแตกอย่างร้ายแรง
ซิลิโคนที่น่าเป็นห่วงนั้น เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทโพลี อิมแพลนท์ โปรทีสของฝรั่งเศส ทั้งรัฐบาลฝรั่งเศสและสวีเดนได้สั่งห้ามใช้ หลังจากที่แพทย์เชื่อว่าเจลที่เป็นไส้ อาจทำให้บริเวณเต้านมอักเสบขึ้นมาได้ พร้อมกับมีการเสนอให้ศัลยแพทย์ เสริมสวยของอังกฤษทราบด้วย แต่สำนักควบคุมผลิตภัณฑ์การแพทย์และดูแลสุขภาพอังกฤษยังสอบสวนอยู่ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามันเป็นอันตราย
โฆษกของสำนักงาน นางซูซาน ลุดเกต กล่าวว่าแพทย์ฝ่ายรักษาไม่ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์นี้และควรจะเก็บเอาไว้เสีย ผู้ที่อยากจะผ่าตัดหนุนเต้านม ควรจะสอบถามศัลยแพทย์ดูก่อน เมื่อใดที่เราได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติม เราจะออกคำแนะนำครั้งใหม่ บนเกาะอังกฤษเมื่อปีกลายมีการผ่าตัดหนุนเต้านมเกือบ 8,500 รายด้วยกัน
วิตามินซี เพื่อสุขภาพ
มาทำความรู้จักกับวิตามินซี กับบทบาทสำคัญ ... คุณสมบัติที่โดดเด่นของวิตามินซี ก็คือ ความเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) นั่นเอง โดยประโยชน์หลักๆ Jo Sa So Cb St To Al To Pr To Sa Be Be เมื่อร่างกายได้รับวิตามินซีเป็นประจำ คือ เพิ่มภูมิต้านทานแก่ร่างกาย ป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง บำรุงผิวพรรณหรือชะลอความแก่ ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันหรือเหงือกอักเสบ ในทางกลับกัน หากร่างกายเราขาดวิตามินซี หรือมีปริมาณวิตามินซีน้อยเกินไป อาจส่งผลทำให้เกิดอาหารเหล่านี้ได้
- เป็นหวัดง่าย ภูมิต้านทานโรคและความสามารถในการกำจัดพิษลดลง
- ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น เกิดจุดด่างดำ ฝ้า มีเลือดออกตามไรฟัน
- อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ประสาทสัมผัสด้อยลง
- มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะ ตับ และส่วนอื่นๆ
- ประสิทธิภาพของต่อมหมวกไตลดลง เป็นภูมิแพ้ได้ง่าย
- เป็นโรคโลหิตจาง หรือโรคต่างๆ ง่าย บาดแผลหายยาก หากขาดมากจะเป็นโรค โลหิตเป็นพิษ
- เกิดโรคลักปิดลักเปิด
สำหรับผู้ที่กำลังกลุ้มใจ เพราะไม่รู้ว่าจะหาวิตามินซีมาทานได้จากที่ไหน ... อยากจะบอกว่า ความจริงแล้วแหล่งของวิตามินซี Ka Al Te To Wo Be Ro Un Mu Ma Na Ug เราสามารถหาได้จาก อาหารที่มีอยู่ในธรรมชาติทั่วไป แต่แหล่งที่มีมาก คือ ผักสดและผลไม้ต่างๆ โดยเทียบง่ายๆ จากประเภทของอาหาร (100 กรัม) และวิตามินซี (มิลลิกรัม)
ดังนี้ มะขามป้อม 276, ฝรั่ง 160, พุทรา 154, มะขามเทศ 133, มะปรางสุก 107, มะละกอสุก 73,แคนตาลูป 33, มะนาว 25 และมะยม 8
อย่างไรก็ตาม พึงตระหนักไว้ว่าวิตามินซี
เป็นวิตามินที่มีความสำคัญเช่นเดียวกับวิตามินอื่นๆ และร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นได้เอง ดังนั้น ทุกคนจึงควรบริโภควิตามินซี แต่จะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องของแต่ละบุคคล
ซิลิโคนที่น่าเป็นห่วงนั้น เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทโพลี อิมแพลนท์ โปรทีสของฝรั่งเศส ทั้งรัฐบาลฝรั่งเศสและสวีเดนได้สั่งห้ามใช้ หลังจากที่แพทย์เชื่อว่าเจลที่เป็นไส้ อาจทำให้บริเวณเต้านมอักเสบขึ้นมาได้ พร้อมกับมีการเสนอให้ศัลยแพทย์ เสริมสวยของอังกฤษทราบด้วย แต่สำนักควบคุมผลิตภัณฑ์การแพทย์และดูแลสุขภาพอังกฤษยังสอบสวนอยู่ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามันเป็นอันตราย
โฆษกของสำนักงาน นางซูซาน ลุดเกต กล่าวว่าแพทย์ฝ่ายรักษาไม่ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์นี้และควรจะเก็บเอาไว้เสีย ผู้ที่อยากจะผ่าตัดหนุนเต้านม ควรจะสอบถามศัลยแพทย์ดูก่อน เมื่อใดที่เราได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติม เราจะออกคำแนะนำครั้งใหม่ บนเกาะอังกฤษเมื่อปีกลายมีการผ่าตัดหนุนเต้านมเกือบ 8,500 รายด้วยกัน
วิตามินซี เพื่อสุขภาพ
มาทำความรู้จักกับวิตามินซี กับบทบาทสำคัญ ... คุณสมบัติที่โดดเด่นของวิตามินซี ก็คือ ความเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) นั่นเอง โดยประโยชน์หลักๆ Jo Sa So Cb St To Al To Pr To Sa Be Be เมื่อร่างกายได้รับวิตามินซีเป็นประจำ คือ เพิ่มภูมิต้านทานแก่ร่างกาย ป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง บำรุงผิวพรรณหรือชะลอความแก่ ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันหรือเหงือกอักเสบ ในทางกลับกัน หากร่างกายเราขาดวิตามินซี หรือมีปริมาณวิตามินซีน้อยเกินไป อาจส่งผลทำให้เกิดอาหารเหล่านี้ได้
- เป็นหวัดง่าย ภูมิต้านทานโรคและความสามารถในการกำจัดพิษลดลง
- ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น เกิดจุดด่างดำ ฝ้า มีเลือดออกตามไรฟัน
- อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ประสาทสัมผัสด้อยลง
- มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะ ตับ และส่วนอื่นๆ
- ประสิทธิภาพของต่อมหมวกไตลดลง เป็นภูมิแพ้ได้ง่าย
- เป็นโรคโลหิตจาง หรือโรคต่างๆ ง่าย บาดแผลหายยาก หากขาดมากจะเป็นโรค โลหิตเป็นพิษ
- เกิดโรคลักปิดลักเปิด
สำหรับผู้ที่กำลังกลุ้มใจ เพราะไม่รู้ว่าจะหาวิตามินซีมาทานได้จากที่ไหน ... อยากจะบอกว่า ความจริงแล้วแหล่งของวิตามินซี Ka Al Te To Wo Be Ro Un Mu Ma Na Ug เราสามารถหาได้จาก อาหารที่มีอยู่ในธรรมชาติทั่วไป แต่แหล่งที่มีมาก คือ ผักสดและผลไม้ต่างๆ โดยเทียบง่ายๆ จากประเภทของอาหาร (100 กรัม) และวิตามินซี (มิลลิกรัม)
ดังนี้ มะขามป้อม 276, ฝรั่ง 160, พุทรา 154, มะขามเทศ 133, มะปรางสุก 107, มะละกอสุก 73,แคนตาลูป 33, มะนาว 25 และมะยม 8
อย่างไรก็ตาม พึงตระหนักไว้ว่าวิตามินซี
เป็นวิตามินที่มีความสำคัญเช่นเดียวกับวิตามินอื่นๆ และร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นได้เอง ดังนั้น ทุกคนจึงควรบริโภควิตามินซี แต่จะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องของแต่ละบุคคล
เผยกรุ๊ปเลือดผู้หญิงมีปัญหาเวลามีครอบครัว เลือดหมู่มีลูกยาก
นักวิจัยอเมริกันเปิดเผยว่า ผู้หญิงที่มีเลือดกรุ๊ป O อันเป็นกรุ๊ปที่มีกันมากที่สุด อาจจะมีลูกยากมากกว่าเพื่อนถึง 2 เท่า
นักวิจัยมหาวิทยาลัยเยลกล่าวว่า สตรีที่มีเลือดกลุ่มนี้จะเสี่ยงกับการขาดไข่ที่สมบูรณ์ มาก ซึ่งจะเป็นปัญหาในการปฏิสนธิ เมื่อมีอายุมากขึ้น เพราะเจ้าของเลือดกรุ๊ปนี้จะมีไข่สำรองอยู่ในตัวน้อยกว่าผู้หญิงเลือดกรุ๊ปอื่นเกือบ2 เท่า
ผู้เป็นเพศแม่เมื่อเกิดใหม่ๆ จะมีไข่สำรองอยู่มากจำนวนถึง 2 ล้าน แต่มันจะค่อยลดลงตลอดชีวิต พอแตกเนื้อสาวจะเหลือเพียง 400,000 และเมื่อใดที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป จะเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้อย
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจวัดหาปริมาณสารเคมีอย่างหนึ่งในเลือด หากมีสูงส่อว่ามีไข่สำรองเหลือน้อย ถ้าหากสูงเกิน 10 ขึ้นไป ส่อว่าจะตั้งครรภ์ ยาก Te To Pr Co To Lu Ba Be Je Ug Ha Pr การศึกษายังพบว่าผู้หญิงเลือดกรุ๊ป O ล้วนแต่จะมีสาร นี้สูงระดับ 10 มากกว่าเพื่อนถึง 2 เท่า สตรีคนใดที่วัดได้สูงกว่า 20 เชื่อได้ว่าเป็นหมัน ดังนั้น สตรีคนไหนถ้าคิดจะมีครอบครัวเมื่อใด ควรจะคำนึงถึงกรุ๊ปเลือดของตนด้วย.
ประสบความสำเร็จยืดอายุพยาธิขึ้นได้ 7.2 เท่า เทียบเท่าอายุคน 450 ปี
ศาสตราจารย์วิชาโรควัยชรา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียของอเมริกา เปิดเผยว่า หัวใจของการรักษาสุขภาพ พลังงานและอายุยืน ทำได้ง่ายๆเพียงแต่ ลดอาหารพวกแป้งและน้ำตาลให้น้อยลงเท่านั้น
ศาสตราจารย์ซินเทีย เคนยอน ผู้มี ชื่อเสียงจากการค้นพบว่าอาหารพวกแป้งและน้ำตาลแสลงกับยีนซึ่งควบคุมความหนุ่มสาวและอายุยืนสองตัว
อาจารย์ซึ่งเชื่อกันว่าจะต้องคว้ารางวัลโนเบลจากการศึกษาวิจัยเรื่องการเปลี่ยนตามวัยสักวันหนึ่ง ได้ประสบความสำเร็จในการศึกษาพยาธิตัวกลม ซึ่งอาศัยอยู่ใน ดินชนิดหนึ่ง โดยการปรับแต่งยีนบางตัวของมัน ทำให้มันมีอายุยาวมากกว่าเดิม 6 เท่าตัว
อาจารย์สตรีได้เล่าเมื่อต้นเดือนนี้ว่า เรายังได้รู้ว่าจะทำให้มันคงหนุ่มสาวได้ตลอดเวลาอย่างไร และเชื่อว่ามันกุมกุญแจรหัสของความแก่ชราของมนุษย์ พยาธิชนิดนี้พอเกิน 18 วัน มันก็จะอ่อนปวกเปียก อืดอาด เหี่ยวย่น และอีก 2 วันต่อมาก็ตาย
ดร.ซินเทียได้พบว่าเพียงแค่ทำให้ยีนตัวหนึ่งของมันเฉื่อยลง Al Al Kl Si To To Pr Wo Ko Mi Te Fi Ec จะทำให้เกิดผลอันน่าทึ่ง แทนที่มันจะตายภายใน 20 วัน พยาธิที่ถูกกลายพันธุ์ชุดแรกเหล่านี้กลับพากันอยู่มาได้ 30 วัน และอยู่มาจนถึง 60 วันในที่สุด โดยพยายามค้นว่าเพียงแค่การลดแคลอรี จึงทำให้เกิดผลอย่างน่าอัศจรรย์ขึ้นได้อย่างไร
เมื่อใช้เทคนิคที่ซับซ้อนกับยีนของมันในภายหลัง บัดนี้สามารถทำให้มันอยู่ได้นานอย่างน่าประหลาดถึง 144 วัน ถ้าเทียบตามสัดส่วนของมนุษย์ ก็เท่ากับมีชีวิตอยู่ได้ถึง 450 ปี
วิธีที่ทำให้พยาธิอายุยืนยาว ได้มีการนำไปใช้ทำกันกับสัตว์อื่น เช่น หนู และลิง ในห้องปฏิบัติตามชาติ ต่างๆทั่วโลก โดยประสบความสำเร็จเช่นกัน และก็มีวี่แววว่าอาจจะได้ผลในมนุษย์ด้วย.
นักวิจัยมหาวิทยาลัยเยลกล่าวว่า สตรีที่มีเลือดกลุ่มนี้จะเสี่ยงกับการขาดไข่ที่สมบูรณ์ มาก ซึ่งจะเป็นปัญหาในการปฏิสนธิ เมื่อมีอายุมากขึ้น เพราะเจ้าของเลือดกรุ๊ปนี้จะมีไข่สำรองอยู่ในตัวน้อยกว่าผู้หญิงเลือดกรุ๊ปอื่นเกือบ2 เท่า
ผู้เป็นเพศแม่เมื่อเกิดใหม่ๆ จะมีไข่สำรองอยู่มากจำนวนถึง 2 ล้าน แต่มันจะค่อยลดลงตลอดชีวิต พอแตกเนื้อสาวจะเหลือเพียง 400,000 และเมื่อใดที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป จะเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้อย
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจวัดหาปริมาณสารเคมีอย่างหนึ่งในเลือด หากมีสูงส่อว่ามีไข่สำรองเหลือน้อย ถ้าหากสูงเกิน 10 ขึ้นไป ส่อว่าจะตั้งครรภ์ ยาก Te To Pr Co To Lu Ba Be Je Ug Ha Pr การศึกษายังพบว่าผู้หญิงเลือดกรุ๊ป O ล้วนแต่จะมีสาร นี้สูงระดับ 10 มากกว่าเพื่อนถึง 2 เท่า สตรีคนใดที่วัดได้สูงกว่า 20 เชื่อได้ว่าเป็นหมัน ดังนั้น สตรีคนไหนถ้าคิดจะมีครอบครัวเมื่อใด ควรจะคำนึงถึงกรุ๊ปเลือดของตนด้วย.
ประสบความสำเร็จยืดอายุพยาธิขึ้นได้ 7.2 เท่า เทียบเท่าอายุคน 450 ปี
ศาสตราจารย์วิชาโรควัยชรา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียของอเมริกา เปิดเผยว่า หัวใจของการรักษาสุขภาพ พลังงานและอายุยืน ทำได้ง่ายๆเพียงแต่ ลดอาหารพวกแป้งและน้ำตาลให้น้อยลงเท่านั้น
ศาสตราจารย์ซินเทีย เคนยอน ผู้มี ชื่อเสียงจากการค้นพบว่าอาหารพวกแป้งและน้ำตาลแสลงกับยีนซึ่งควบคุมความหนุ่มสาวและอายุยืนสองตัว
อาจารย์ซึ่งเชื่อกันว่าจะต้องคว้ารางวัลโนเบลจากการศึกษาวิจัยเรื่องการเปลี่ยนตามวัยสักวันหนึ่ง ได้ประสบความสำเร็จในการศึกษาพยาธิตัวกลม ซึ่งอาศัยอยู่ใน ดินชนิดหนึ่ง โดยการปรับแต่งยีนบางตัวของมัน ทำให้มันมีอายุยาวมากกว่าเดิม 6 เท่าตัว
อาจารย์สตรีได้เล่าเมื่อต้นเดือนนี้ว่า เรายังได้รู้ว่าจะทำให้มันคงหนุ่มสาวได้ตลอดเวลาอย่างไร และเชื่อว่ามันกุมกุญแจรหัสของความแก่ชราของมนุษย์ พยาธิชนิดนี้พอเกิน 18 วัน มันก็จะอ่อนปวกเปียก อืดอาด เหี่ยวย่น และอีก 2 วันต่อมาก็ตาย
ดร.ซินเทียได้พบว่าเพียงแค่ทำให้ยีนตัวหนึ่งของมันเฉื่อยลง Al Al Kl Si To To Pr Wo Ko Mi Te Fi Ec จะทำให้เกิดผลอันน่าทึ่ง แทนที่มันจะตายภายใน 20 วัน พยาธิที่ถูกกลายพันธุ์ชุดแรกเหล่านี้กลับพากันอยู่มาได้ 30 วัน และอยู่มาจนถึง 60 วันในที่สุด โดยพยายามค้นว่าเพียงแค่การลดแคลอรี จึงทำให้เกิดผลอย่างน่าอัศจรรย์ขึ้นได้อย่างไร
เมื่อใช้เทคนิคที่ซับซ้อนกับยีนของมันในภายหลัง บัดนี้สามารถทำให้มันอยู่ได้นานอย่างน่าประหลาดถึง 144 วัน ถ้าเทียบตามสัดส่วนของมนุษย์ ก็เท่ากับมีชีวิตอยู่ได้ถึง 450 ปี
วิธีที่ทำให้พยาธิอายุยืนยาว ได้มีการนำไปใช้ทำกันกับสัตว์อื่น เช่น หนู และลิง ในห้องปฏิบัติตามชาติ ต่างๆทั่วโลก โดยประสบความสำเร็จเช่นกัน และก็มีวี่แววว่าอาจจะได้ผลในมนุษย์ด้วย.
Subscribe to:
Posts (Atom)