เด็กอายุ 1-3 ปี
เด็กอายุ 1-3 ปี เป็นวัยที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แสดงความเป็นตัวของตัวเอง สามารถเดินได้คล่องแคล่ว มักจะชอบสำรวจ และมีความอยากรู้อยากเห็นต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จึงเป็นวัยที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง ผู้เลี้ยงจึงต้องคอยดูแลเด็กในวัยนี้อย่างใกล้ชิด โดยอาจจะปล่อยให้ลูกน้อยได้มีโอกาสเล่นกับสุนัขบ้าง (ต้องอยู่ในความดูแลของผู้เลี้ยง ไม่ปล่อยให้ลูกเล่นกับสุนัขตามลำพัง ทั้งนี้ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยของผู้เลี้ยงได้ เช่น สุนัขเดินชนเด็กล้ม สุนัขเลียหน้าเด็ก ฯ) เพื่อให้ลูกน้อยเรียนรู้และสร้างความคุ้นเคยกับสุนัข โดยผู้เลี้ยงอาจจะหาซื้อชุดของเล่นคุณหมอมาให้ลูกน้อยได้สวมบทบาทเป็นสัตวแพทย์ ให้ชวนสุนัขพูดคุย สอบถามอาการและวิธีการจัดการกับสุนัข ซึ่งการเล่นสวมบทบาทนี้จะช่วยกระตุ้นจินตนาการให้ลูกน้อยไปพร้อมกับการสร้างความสัมพันธ์กับสุนัข ช่วยปลูกฝังให้ลูกน้อยมีจิตใจที่อ่อนโยน รู้จักการให้ค่ะ
หลังปล่อยให้ลูกน้อยเล่นกับสุนัขเสร็จ ผู้เลี้ยงก็ควรพาลูกน้อยไปล้างมือทุกครั้ง และหมั่นกวาดบ้าน เพื่อกำจัดเศษขนสุนัขที่หลุดร่วงออกมา ถูบ้านด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อทุกวันเพื่อป้องกันไรฝุ่น และฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อยู่ตามพื้น และสำหรับบ้านที่เลี้ยงสุนัขไว้ภายในบ้าน ก็ควรกำจัดเห็บอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ เพราะเห็บอาจกัดลูกน้อยให้เกิดอาการแพ้ เกิดผื่นคันขึ้นได้ โดยเริ่มจากการกวาดบ้าน ถูบ้าน ดูดฝุ่น โดยเน้นดูดฝุ่นตามซอกมุมต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น บนพื้น รอยต่อของไม้ ซอกประตู หน้าต่าง ทำความสะอาดที่นอน โซฟา โต๊ะ ตู้ ฯลฯ หรือในที่ที่คิดว่า ตัวอ่อนของเห็บจะสามารถซุกซ่อนอยู่ได้
แนะนำว่า หลังจากที่ผู้เลี้ยงทำความสะอาดกวาดถูบ้านเสร็จแล้ว ก็ควรใช้ยาพ่นกำจัดเห็บที่มีส่วนผสมของ Pyrethrin หรือ Permethrin ที่มีฤทธิ์ฆ่าเห็บมาฉีดพ่นตามฝาผนัง ซอกต่าง ๆ เพราะเห็บมักจะเข้าไปหลับและฝังอยู่ตามผนังที่มีช่องว่าง โดยในขณะพ่นยากำจัดเห็บก็อย่าลืมที่จะใส่หน้ากากป้องกันการสูดดมยา และควรป้องกันสมาชิกในบ้านที่เสี่ยงได้รับสารเคมี เช่น หญิงตั้งครรภ์ ลูกหลาน สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ให้ออกจากพื้นที่ในขณะฉีดพ่นก่อน และรอจนกว่าสารเคมีจะแห้งจึงค่อยปล่อยให้สมาชิกในบ้านเข้าบ้านได้ค่ะ ... การทำความสะอาด และพ่นยาภายในบ้านเป็นประจำจะช่วยป้องกันและช่วยลดจำนวนของเห็บลงได้เป็น จำนวนมาก รวมถึงยังช่วยกำจัดแมลงอื่น ๆ ภายในบ้านได้อีกด้วยค่ะ (อ่านเพิ่มเติมบทความ เห็บ ศัตรูตัวร้ายของน้องหมาที่ต้องกำจัด)
เด็กอายุ 3-6 ปี
เด็กอายุ 3-6 ปี เป็นช่วงวัยที่มีความก้าวหน้าทางพัฒนาการค่อนข้างสูง สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง รู้จักสิ่งถูกผิดและการทำให้สังคมยอมรับ Sp
Se
Ea
Du
Sp
La
Ea
Ca
To
Sp
Ea
Ea
Du
Fr
Se
To
Bi
Je
Bi
Ad
Ec ผู้เลี้ยงจึงควรปลูกฝังเด็กให้รู้จักวิธีการเล่นกับสุนัขที่ถูกต้อง เช่น บอกให้ลูกน้อยเล่นกับสุนัขในช่วงเวลาที่สุนัขตื่นนอนอยู่เท่านั้น ห้ามแหย่สุนัขในขณะหลับ ตอนสุนัขกินอาหาร และอย่าทุบตีหรือทำร้ายสุนัขเพราะสุนัขอาจจะตกใจและกัดลูกน้อยจนได้รับบาดเจ็บได้ และเพื่อสุขอนามัยที่ดี ผู้เลี้ยงก็ควรปลูกฝังลูกน้อยรักความสะอาด โดยให้ลูกน้อยล้างมือหลังจากเล่นกับสุนัขเสร็จเป็นประจำทุกครั้ง โดยอาจจะเล่านิทานเกี่ยวกับเชื้อโรคจากการไม่ล้างมือที่อาจทำให้ป่วยก็ได้ค่ะ
นอกจากนี้ผู้เลี้ยงก็ควรดูแลทำความสะอาดสุนัขอย่างสม่ำเสมอ ควรอาบน้ำให้สุนัขอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และแปรงขนเพื่อสางขนชุดเก่ารวมถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดอยู่ตามตัวสุนัขออก และเพื่อลดการหลุดร่วงของขนสุนัข
หลาย ๆ คนมักเชื่อว่า ทำขนสุนัขจะทำให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว ขนสัตว์ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ค่ะ แต่เป็นสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดอยู่ในขนต่างหากที่กระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ ดังนั้น การรักษาความสะอาดสุนัขอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดภูมิแพ้ในลูกน้อยได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ
เด็กในช่วงวัยนี้จะมีทักษะทางสังคมเพิ่มมากขึ้น ผู้เลี้ยงจึงควรพาลูกน้อยและสุนัขไปเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติ เช่น พาไปเดินเที่ยวตามสวนสาธารณะ เพื่อลูกน้อยจะได้พบปะผู้คนซึ่งจะช่วยฝึกการเข้าสังคม
สร้างการรับรู้ที่ดีให้กับลูกน้อย และอาจจะหากิจกรรมต่าง ๆ ให้ลูกน้อยและสุนัขทำร่วมกัน เช่น นำของเล่นหรือลูกบอลหลากสีให้ลูกน้อยได้โยนให้สุนัขคาบเล่น และเมื่อสุนัขคาบของเล่นกลับมาให้ ก็สอนให้ลูกน้อยมอบขนมเพื่อเป็นรางวัลกับสุนัข พร้อมกับให้ลูกน้อยลูบหัวลูบตัวสุนัข และพูดชื่นชมสุนัขว่าทำดีแล้วเก่งมาก
ซึ่งการทำแบบนี้นอกจากจะช่วยให้ลูกน้อยสนุกเพลิดเพลินกับการเล่น มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังช่วยพัฒนาการระบบประสาทการรับรู้เป็นลำดับขั้น รู้จักเหตุและผลของการกระทำ การจดจำสี ซึ่งจะทำให้ลูกน้อยมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีในอนาคตค่ะ
เด็กอายุ 6-12 ปี
เด็กอายุ 6-12 ปี เป็นช่วงวัยที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีความสุขกับการได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ชอบเล่นโลดโผน ชอบการมีส่วนร่วม มีเหตุผล Ol
Ol
Cr
Bi
Te
Bi
Fi
Sp
Bi
Jo
Je
Ke
Te
Ha
No
Ti
Bi
Ug
Bo
Ol
Te
Cr
To
Jo รู้จัดการปฏิเสธและยอมรับ ฉะนั้น ผู้เลี้ยงจึงควรหากิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็กในช่วงวัยนี้ได้มีส่วนร่วมที่จะได้ดูแลสุนัข เช่น อาจจะให้ลูกช่วยเตรียมอุปกรณ์ในการอาบน้ำให้สุนัข ช่วยเช็ดตัวสุนัขเมื่ออาบน้ำเสร็จ ช่วยเตรียมอาหารให้สุนัข (จะต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด) ก็เพื่อปลูกฝังให้ลูกรู้จักการให้ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับสัตว์ พร้อมกับบอกให้ลูกรับรู้ว่า สุนัขคือส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัว
และอีกหนึ่งข้อสำคัญที่ผู้เลี้ยงจะต้องคอยปลูกฝัง และสื่อสารกับเด็กในวัยนี้อย่างสม่ำเสมอคือ บอกให้เด็กเข้าใจว่า สุนัขแต่ละตัวมีนิสัยไม่เหมือนกันจึงไม่ควรเข้าไปเล่นสุนัขแปลกหน้า แต่ถ้าหากเด็กอยากเล่นกับสุนัขก็ควรจะถามเจ้าของสุนัขก่อนว่า สุนัขตัวนั้น ๆ ดุไหม กัดหรือเปล่า ก่อนที่จะยื่นมือหรือเดินเข้าไปจับสุนัข เพราะเคยมีกรณีสุนัขเลี้ยงตกใจกัดเด็กจนบาดเจ็บสาหัส ซึ่งนั่นก็เกิดจากเด็กมักคิดว่า สุนัขของคนอื่นจะใจดี น่ารักเหมือนกับสุนัขที่บ้านของตัวเองค่ะ
ที่นี้เราก็หายข้องใจเกี่ยวกับการเลี้ยงน้องหมาให้อยู่ร่วมกันกับเด็กกันแล้วใช่ไหมคะ เพียงแค่เราเรียนรู้ช่วงวัย พัฒนาการของเด็กและรู้วิธีการเลี้ยงน้องหมาให้อยู่กับเด็กแต่ละช่วงวัยอย่างถูกต้อง โดยต้องรักษาความสะอาด และดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เพียงเท่านี้น้องหมาและลูกน้อยของเราก็จะเติบโต มีพัฒนาการที่ดี พร้อมกับอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและปลอดภัยแล้วล่ะค่ะ
No comments:
Post a Comment