Saturday, August 8, 2015

ปลุกพลังยักษ์

 สิริลักษณ์ ตันศิริ นักสร้างกำลังใจ หรือ Motiveter หญิงคนแรกของไทย แต่ส่วนใหญ่มักเรียกเธอว่าโค้ช ที่มีประโยคติดปากว่า ฉันทำได้ YES

 จำ ท่าทางผู้หญิงร่างเล็กลุกขึ้นยืนกำหมัดแน่นๆ ที่อก แล้วประกาศเสียงดังฟังชัดว่า ฉันทำได้ YES หรือไม่ เธอเป็นนักสร้างกำลังใจ หรือ Motiveter เพศหญิงคนแรกของเมืองไทย แต่ส่วนใหญ่มักเรียกเธอว่าโค้ช

 เธอคือ .สิริลักษณ์ ตันศิริ

 ขึ้นชื่อว่าโค้ช เรามักนึกถึงนักกีฬาเป็นสิ่งแรก แต่ถ้ามีคนบอกว่า คนธรรมดาตัวเล็กๆ อย่างเราต้องใช้โค้ช เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง คำถามจึงผุดขึ้นในใจว่ามันจำเป็นด้วยหรือนี่
 พลันมีเสียงตะโกนออกมาว่า หากกีฬาคือการออกกำลังกาย นักโมติเวทก็คือโค้ชที่ช่วยออกกำลังใจ ไงล่ะ

สิริลักษณ์ ตันศิริ  กล้าเอาตนเองมายืนยันสมมติฐานนั้น เพราะหญิงสาวทดลองจนเปลี่ยนแปลงชีวิตโดยสิ้นเชิง เธอประสบความสำเร็จ และสามารถถ่ายทอดแรงบันดาลใจให้คนนับแสน เพื่อปลุกพลังยักษ์ที่มีอยู่ในตัวของทุกคนให้ตื่นจากนิทรา

 ความสำคัญของพลัง หรือ ยักษ์ เปรียบเสมือนนามธรรม จับต้องไม่ได้ แต่เป็นจิตวิญญาณที่จะสรรสร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นในชีวิต สร้างมนุษย์ให้สมบูรณ์ ซึ่งสิริลักษณ์การันตีว่า ทุกคนมีพลังที่คุกรุ่นอยู่ แต่ถูกกักขังไว้ เฉกเช่นตัวเธอในอดีต

เปลี่ยนซิ้ม เป็นSomeone

 จากผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่า ซูเปอร์ซิ้ม เฉิ่มเชย เก็บตัวเองอยู่ในโลกเล็กๆ รักชีวิตที่เงียบสงบ และชอบอ่านหนังสือธรรมะ คอยบอกตัวเองว่า ต้องใช้ชีวิตให้เรียบง่ายเข้าไว้ อย่าฟุ้งเฟ้อ ชีวิตที่เป็นอยู่นี้ก็ดีแล้ว จะออกไปต่อสู้ดิ้นรนมากกว่านี้ทำไม ในเมื่อสังคมภายนอกวุ่นวายที่มีแต่การแก่งแย่งชิงดี ติดวัตถุนิยม และอวดร่ำอวดรวย

 เธอจึงหมั่นสำรวมกาย วาจา ใจ พูดให้น้อย รักษาใจให้สงบ นิ่งๆ เย็นๆ จะคอยเตือนตัวเองว่าเรื่องของโลก หรือเรื่องของคนอื่นอย่าไปยุ่งเกี่ยว เพราะอย่างไรเสียก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้หรอก แค่เอาตัวเธอและชีวิตของเธอให้รอดก็พอแล้ว

 เป็นเวลานานกว่าครึ่งค่อนชีวิต อดีตสาวนักบัญชีไม่รู้สึกวิตกกังวลเลยว่า เจ้าพฤติกรรมและทัศนคติเหล่านั้น หรือเรียกว่าก้อนสันโดษ นั้น กำลังกัดกินพลังชีวิตในตัวเธอไปเรื่อยๆ

 ครั้นพอเจอโลกใหม่ เมื่อได้เข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อกระตุ้นพลังชีวิต ของแอนโธนี่ รอบบินส์ โค้ชด้านความสำเร็จอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของชีวิต

 สิริลักษณ์ถูกห้อมล้อมด้วยความกระตือรือร้น เธอจึงเริ่มตื่นตัวกับชีวิตมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเอง หันมาส่องกระจกสำรวจตัวเอง จนเกิดปรารถนาแรงกล้าที่จะพลิกวิถีชีวิตเข้าสู่โลกของนักพูดให้กำลังใจหรือ นักโมติเวท

 ตอนนั้นรู้สึกสงสารตัวเอง ว่าทำไมถึงเป็นคนอ่อนแอขนาดนี้ ไม่มีใครรู้จัก ไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษอะไรและไม่เคยภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเอง เป็น จึงร้องไห้อยู่เป็นชั่วโมง อดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีย้อนเวลาอันขมขื่นให้ฟัง และเผยความในใจต่อว่า

 เมื่อทุกข์ใจถึงขีดสุด ความคิดจะสั่งว่าต้องเปลี่ยนตัวเองให้ได้  จึงสำรวจตัวเอง มองให้ลึกถึงข้างใน ถ้านี่คือเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้ว ก็ต้องเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ทันทีเลย

 สิริลักษณ์จึงฉีกร่างยัยซิ้ม เป็นชิ้นๆ แล้วใส่วิญญาณในร่างทรงใหม่ เธอว่า ถ้ามุ่งมั่นตั้งใจจะทำอะไร เธอทำได้แน่ เพราะใจมันมีพลังขึ้นมาอย่างน่าประหลาด มันไม่หน่อมแน้มปวกเปียกเหมือนเมื่อก่อน
กำลังใจ...พลังสร้างโลก

 เธอตระหนักดีว่า ทุกคนมียักษ์ อยู่ในตัว มีศักยภาพ มีความสามารถ เป็นพลังชีวิต เป็นพลังจิตใต้สำนึกที่ยิ่งใหญ่ จึงให้ความสำคัญกับศรัทธา และเชื่อว่า ทุกคนสามารถเอาพลัง ที่มีในตัวเราไปทำอะไรก็ได้ และหากทำอะไรก็จะสำเร็จทุกเรื่อง

ถ้าฮึดสู้ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็ต้องเอาจริงเอาจัง ทำทุกแบบฝึกหัดทุกแบบทดสอบเพื่อสร้างพลังในตัวเอง หากท้อ เราก็ใช้หัวใจที่เชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงคอยปลอบประโลมว่าถึงจะพลาดไปไม่ เป็นไร เราก็ทำทุกวัน ต้องกล้าหาญ คิดใหม่ บริหารอารมณ์ใหม่ เมื่อเรามีเป้าหมายที่มีพลังและกระตือรือร้น ลองทำแล้วสำเร็จ มันจะคอยหล่อเลี้ยงให้เรามั่นใจ และทำต่อไปได้ไม่หยุด

 เธอว่า การสร้างพลังเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง และเหมือนการผสมผสานศาสตร์ตะวันออกกับตะวันตกเข้าด้วยกัน

 เพราะผู้ฝึกจะต้องค่อยๆ ฝึก แล้วหมั่นสำรวจตัวเองทีละน้อย นำสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดมาปรับใช้ ถ้าข้อปฏิบัติใดใช้ได้ก็บันทึกไว้ และอาศัยความมุมานะ ถ้าตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ และเตือนสติตัวเองว่า จะไม่กลับมาเป็นคนเดิมอีก ซึ่งเทคนิคของคนหนึ่งอาจใช้ไม่ได้กับอีกคน

เราต้องมองตัวเองให้เป็น รู้ว่ากฎไหนตึง หรือหย่อนเกินไปสำหรับตัวเรา ต้องมีสติให้มาก ถ้าเคร่งมาก็ผ่อนลงไป สบายเกินไปแล้ว ก็เพิ่มระดับความเข้มข้นอีกหน่อย

 สิริลักษณ์ว่าไม่ใช่เพียงความเป็นศิลป์เท่านั้น มันยังเปรียบวิธีสร้างพลังใจเข้ากับศาสตร์การกีฬำได้ด้วย เธอบอกมันเหมือนการฝึกกล้ามเนื้อ ต้องค่อยเป็นค่อยไป

 เริ่มจากง่ายๆ ก่อน เหมือนยกดัมเบลน้ำหนักน้อยๆ แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนัก ก็เหมือนเราพยายามคิดโปรเจคใหญ่ขึ้นไปๆ

 เมื่อทำสำเร็จจุดหนึ่งก็ต้องให้กำลังใจตัวเอง ว่าเราเป็นคนที่ยอดเยี่ยม และคิดเสมอว่า ทุกอย่างที่เราทำเพื่อเป้าหมายอะไร ก็ไม่ต่างจากนักกีฬาที่จะเน้นกล้ามเนื้อท้อง ก็ซิทอัพมากกว่าส่วนอื่น

 นอกจากความเป็นศาสตร์และศิลป์แล้ว โค้ชสิริ ลักษณ์ ผู้คร่ำหวอดในวงการนักโมติเวทกว่า 7 ปี บอกว่า การสร้างกำลังใจก็คือ การปรับหลักคำสอนทางพุทธศาสนามาทำให้เป็นรูปธรรม และใส่ความเชื่อมั่น พลังความมุ่งมั่นในแบบคนตะวันตกเข้าไปนั่นเอง

โลกกำลังหมุนไปตามวิถีตะวันตก ต้องมีความฝัน และฝันให้ใหญ่เข้าไว้ แต่ขณะที่ทางพุทธบอกว่าอย่าโลภมาก มันก็เกิดความสับสนว่าจะทำตัวอย่างไรดี เราก็ไม่ทะเยอทะยานจนเกินกำลัง หรือเดินบนทางสายกลางนั่นแหละคือคำตอบ

 โค้ช ขยายความโดยยกตัวเองให้เป็นกรณีศึกษาว่า หลังจากที่เธอได้รับพลังเต็มเปี่ยมจากเทคนิคสร้างกำลังใจหลายวิธีแล้ว ก็บอกกับตัวเองว่า

ความ ฝันของเธอนั้นจะเป็นนักพูดสร้างกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้ได้ Va Ae Na Ea To Ea H H H H Kr G G G So Aq Aq Ug Ma Se Bu Ma At Fr Co Ch So Co Lo  เมื่อมีเป้าหมายที่ดีงาม ความปรารถนาแรงกล้า และมุ่งมั่นพยายามเดินตามฝัน เชื่อว่าสิ่งที่ทำเป็นประโยชน์ต่อสังคม มันจะเป็นพลังลึกลับทำให้เงินทองไหลมาเทมา

 แต่ในขณะเดียวกัน ถ้ายังไม่มีงาน หรือไม่ได้ตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ก็ไม่ต้องร้อนรุ่มไปกับปัญหานั้นจนสติหลุด ต้องรู้เสมอว่าอะไรเป็นกิเลสที่จะทำให้เราหลงทาง หรือละโมบโลภมาก ก็ควบคุมมันเสียให้อยู่หมัด

กลเม็ด..ปลุกยักษ์ตื่น

 เมื่อรู้แล้วว่า การสร้างกำลังใจคืออะไร สำคัญเพียงใด ก็ใช่จะยกภูมิรู้นั้นใส่พานเทิดทูนไว้บนหิ้ง นักโมติเวทหญิงคนแรกของเมืองไทยขอให้ยักษ์ ทุกตัวตื่นจากการหลับใหลได้แล้ว

โค้ชเผย เคล็ดลับในการเริ่มต้นว่า ต้องปรับเปลี่ยนความคิดให้ได้ก่อน สำรวจตัวเองต้องมองเห็นยักษ์ ในตัวเอง แล้วพยายามปลุกมันขึ้นมาด้วยวิธีการจัดการต่างๆ ที่ล้วนเป็นเทคนิคเชิงบวก

 เช่น คิดบวก หมั่นฝึกความคิดเราให้มองอนาคตในทางบวก มีความหวัง และพูดบวก คือการพูดกับตัวเองหรือคนอื่นในทางสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำลาย และทำบวก ด้วยการทำตนเองให้สดชื่น กระฉับกระเฉง มีพลัง ทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง และมีเมตตา

 ผู้เขียนหนังสือปลุกยักษ์ กระซิบว่า ยักษ์ในตัวเราชอบคำชม นั่นแปลว่าทุกครั้งที่ทำอะไรสำเร็จ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม เราต้องเติมพลังให้กับตัวเองว่าYes ฉันทำได้ หรือฉันสุดยอด เพื่อเป็นกำลังใจไปสู่เรื่องใหญ่ และชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง

 ที่สำคัญ อย่าท้อถอยหรือหมดกำลังใจ เพราะอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบตนเองกับคนที่เหนือกว่า ดีกว่า หรือรวยกว่า

 ทุกครั้งที่หมดกำลังใจ หรือเจอปัญหาความกดดันจากการทำงาน ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมรุมเร้า อย่าตัดสินปัญหาง่ายๆ ด้วยการฆ่าตัวตาย ต้องมั่นใจว่าทุกปัญหามีทางออก

 เพียงเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนไปมองสิ่งอื่น เลิกจับเจ่าหรือตอกย้ำความเจ็บช้ำอยู่อย่างนั้น แล้วจุดประกายตัวเองใหม่ว่าการที่คนอื่นทำได้ ไม่ใช่ว่าเราจะทำไม่ได้ หรือไม่ก็ลองก้มลงไปมองคนที่ต่ำกว่า มีชีวิตที่ย่ำแย่กว่า

 จากนั้นต้องมีวัคซีนป้องกัน และหายาดีมารักษา เพื่อให้เราอยู่รอด มีความสุขกับปัจจุบัน  และเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองด้วยการทำประโยชน์ให้คนอื่น หมั่นเอาใจตัวเองไปให้คนอื่น นำความรักไปเผื่อแผ่คนรอบข้าง อย่ามัวแต่รอคอยความปรารถนาดีจากใคร หากทุกคนเป็นผู้ให้ เราก็จะส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กันเป็นวงจรเรื่อยไป

โลกของผู้ให้..นักโมติเวทสาวไซส์จิ๋ว

โค้ชสิริลักษณ์บอกว่า เทคนิคหรือเคล็ดลับต่างๆ ที่เผยไปนั้น เธออยากให้ทุกคนช่วยกันถ่ายทอดสู่คนอื่นเหมือนที่เธอทำอยู่ทุกวัน

 คำว่านักสร้างกำลังใจหรือ นักโมติเวทอาจเป็นคำที่ไม่คุ้นหูนักสำหรับคนไทย สิริลักษณ์ ตันศิริจึงถูกยกย่องให้เป็นนักโมติเวทหญิงคนแรกของเมืองไทยไปโดยปริยาย

 เธอยิ้มอย่างภาคภูมิใจว่า เธอตกหลุมรักอาชีพตัวเอง  อยากพัฒนาตัวเองเพื่อไปช่วยคนอื่น จึงเรียกได้ว่านักสร้างกำลังใจเป็นอาชีพที่มีความสุขมากที่สุด เพราะนอกจากตัวเองจะได้ประโยชน์แล้ว คนอื่นก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

 แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่ายๆ โค้ชบอกว่า การเป็นนักโมติเวทต่างจากนักบรรยายหรือวิทยากรให้ความรู้ เพราะมันต้องมาจากจิตวิญญาณและความรักจริง เพราะการจะสร้างแรงบันดาลใจให้ใคร ต้องเป็นนักสังเกต เป็นนักถ่ายทอดที่ดี ต้องมีจุดคลิก ระหว่างคนพูดและคนฟัง เพื่อจะจูงใจและเปลี่ยนความคิดของคนๆนั้นได้

เราต้องปลุกจิตวิญญาณของคน ไม่ใช่แค่เปลี่ยนวิธีคิดหรือให้ความรู้เท่านั้น So Ec Ec Ug Ug Ji Go To Ve Ve Ve Fe Aq Jo Aq Mi Mi Mi Bc Je Je Je So So Un Jo มันต้องใช้พลังและความเชื่อมั่นสูงมาก ถ้าเจอนักโมติเวทเก่งๆ พูดให้ฟังแค่ 15 นาทีอาจทำให้หัวใจเราเหมือนออกมาเต้นข้างนอกตัวได้เลยทีเดียว

 แต่สำหรับนักโมติเวทหญิงเดี่ยวคนนี้ มันเป็นพรสวรรค์และพรแสวงที่ผสมกันอย่างลงตัว เธอมีใจเต็มร้อย และยังเรียนรู้ที่จะฝึกฝน หาความรู้ใหม่อยู่เรื่อย โดยมองหาแนวทางอื่น เทคนิคเพื่อที่จะทำให้คนฟังเข้าใจได้ง่าย หรือเสาะหากระบวนการใหม่ หรือเทคนิคใหม่มาตอบสนองผู้ฟัง

 เธอแนะนำว่าที่รุ่นน้องในวงการนักสร้างกำลังใจว่า  หากมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อพัฒนาชีวิตและปรารถนาจะช่วยเหลือคนอื่น อยู่แล้ว ประตูโลกโมติเวทก็พร้อมเปิดรับมนุษย์ที่มียักษ์ อยู่ในตัวเสมอ

No comments:

Post a Comment