ความรุนแรงในครอบครัว เกิดผลกระทบต่อเด็กมากมาย ความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นของพ่อแม่ทำให้เด็กไม่มีตัวอย่างดีๆในการสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น
จากละครทองเนื้อเก้า หาก ด.ช.วันเฉลิมไม่มีหลวงตาคอยสอน ไม่มีปู่ย่าหรือพ่อที่ดี ไม่มีแม่เลี้ยงพี่เลี้ยงหรือคุณยายข้างบ้านที่มีจิตเมตตา อาจทำให้เข้ากับผู้อื่นไม่ได้ หรือกลายเป็นคนที่เคร่งเครียด ซึมเศร้า หรืออาจมีพฤติกรรมเกเรทำสิ่งผิดกฎหมายเหมือนน้าชายทั้ง 2 คน
เด็กหลายคนอาจไม่โชคดีเหมือนวันเฉลิมตอนจบ ครอบครัวจึงควรสร้าง บ้านปลอดความรุนแรง โดยเริ่มจากการสื่อสารที่ดี สร้างความไว้วางใจกันและกัน ฝึกการจัดการข้อขัดแย้ง โดยหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ยังควรฝึกทักษะการฟังที่ดี โดยไม่ตัดสินถูกผิด เนื่องจากการฟังที่ดีจะทำให้ผู้เล่ารู้สึกไว้วางใจและยอมเปิดเผยความรู้สึก
เด็กที่ตกอยู่ท่ามกลางความรุนแรงจะรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยและไม่มั่นคงในชีวิตตนเอง นอกจากนี้เด็กมักชาชินกับความรุนแรง ทำให้เลียนแบบความก้าวร้าว คุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ ไม่ไว้วางใจผู้อื่น บางคนอาจเข้าร่วมกลุ่มที่ก้าวร้าวเกเร เด็กเล็กที่เผชิญกับความก้าวร้าวมักไม่สามารถสร้างความรักความผูกพันกับผู้ดูแลได้ ตื่นเต้นตกใจง่าย และมักเก็บตัว ไม่ค่อยอยากรู้อยากเห็น ไม่ค่อยสนใจสิ่งแวดล้อม
เด็กอ่อนขวบปีแรก อาจแสดงอาการร้องงอแง เลี้ยงไม่โต ป่วยบ่อย สะดุ้งตกใจง่าย ไม่ค่อยนอน เด็กบางรายอาจโดนทั้งสองเด้ง นั่นคือ ผจญกับความรุนแรงในครอบครัวระหว่างพ่อแม่แล้ว เด็กส่วนใหญ่ที่อยู่ในสภาพนี้ก็มักถูกทำร้าย ถูกทารุณ หรือถูกละเลยไปด้วย
เด็กเตรียมอนุบาล หรือ วัยอนุบาล จะยังไม่เข้าใจความหมายของการกระทำทารุณ ทำให้เด็กมักคิดว่าเกิดจากการที่ตนเองทำสิ่งใดผิด
Se
Sa
Sa
So
St
Je
Fr
Je
Do
Do
St
St
Ei
Fr
Tr
Ba
Ba
Ba
Ba
Ba
Ji
Ka
Ka
Ka
และเนื่องจากวัยนี้ยังไม่สามารถพูดบอกความรู้สึกของตนเองได้ชัดเจน ทำให้แสดงออกเป็นปัญหาพฤติกรรมแทน โดยมักแยกตัว เงียบ หรือแสดงพฤติกรรมถดถอย ขี้อ้อน ขาวีน เลี้ยงยาก มีปัญหาทั้งการกินหรือการนอน
เด็กโต มักแยกตัว เงียบ หรืออาจมีพฤติกรรมถดถอย อ้อนหรืออาละวาด ก้าวร้าว อาจมีความวิตกกังวล กลัวถูกทิ้ง ไม่มีความภาคภูมิใจในตนเอง รู้สึกผิด โทษตัวเองเรื่อยๆ หรือหวาดผวาง่าย ตกใจกลัวเสียงเล็กๆน้อยๆ ฝันร้าย นอนไม่หลับ เด็กหลายรายอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งสุขนิสัยการกิน การนอน หรือการขับถ่าย ปัสสาวะรดที่นอน ไม่ไว้วางใจผู้ใหญ่
วัยรุ่น อาจมีปัญหาการเรียนไม่ดี หรือติดสารเสพติด มักแก้ปัญหาโดยความก้าวร้าว โทษคนอื่น และอาจหนีออกจากบ้าน เด็กมักรู้สึกตนเองหมดหนทางในเด็กหญิงมักเก็บกดและซึมเศร้า แต่เด็กชายมักแสดงความก้าวร้าว การสัมผัสความรุนแรงในบ้านทำให้เด็กรับรู้ว่าในโลกนี้ไม่มีความปลอดภัย และตัวเขาเองไม่มีคุณค่าพอที่จะได้รับการปกป้อง
เด็กแต่ละคนมีปฏิกิริยาต่อความรุนแรงแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ ความคิด ความรู้สึก ความรุนแรงของเหตุการณ์ ความใกล้ชิดหรือความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ระยะเวลาที่เผชิญกับความรุนแรง ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้กระทำหรือผู้ที่ถูกกระทำ ควรเปิดโอกาสให้เด็กบอกเล่าถึงความกลัว ความรู้สึก โดยไม่ตัดสินเขา บอกให้เขาทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเขา พยายามให้เขามีโอกาสทำกิจกรรมตามวัย สอนให้เด็กหามุมปลอดภัยหรือมุมสงบสำหรับผ่อนคลายเมื่อเขาเกิดความรู้สึกท่วมท้นจากสิ่งที่เกิดขึ้น
เลี้ยงลูกอย่างไรไม่เข้าข่าย พ่อแม่รังแกฉัน
ละคร ทองเนื้อเก้ากำลังเข้มข้น และกำลังเดินทางมาถึงบทสรุปของเรื่องแล้ว จะว่าไป ละครเรื่องนี้สะท้อนสังคมหลายอย่าง อย่างหนึ่งที่เห็นชัดเจนคือ การเลี้ยงลูกของยายแล ที่มีลูกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ลำยอง, ลำยง, ลำดวน และอีก 2 หนุ่ม แป้งและปาน
ละครสะท้อนให้เห็น บทสรุปของลูกทุกคนที่ถูกเลี้ยงโดยยายแล และพ่อขี้เมาบ้านนี้เห็นได้ว่า มีเพียงคนเดียวที่ดีผิดพี่ผิดน้อง และสุดท้ายก็เป็นคนเดียวที่ประสบความสำเร็จในชีวิต คือ ลำยง สะท้อนให้ความจริงข้อหนึ่งว่า แม้เด็กจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน แต่เด็กแต่ละคนจะมีคุณลักษณะประจำตัวที่ต่างกัน ซึ่ง คุณลักษณะประจำตัว นี้ เป็นตัวแปรที่ทำให้ประสบความสำเร็จแตกต่างกัน
พญ.ปราณี เมืองน้อง กุมารแพทย์-จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี อธิบายว่า คุณลักษณะบางอย่างถือเป็นปัจจัยปกป้องหรือปัจจัยเสริม บางอย่างถือเป็นปัจจัยเสี่ยง
ลำยงแม้ชีวิตรันทด แม่ไม่รัก แต่เธอมีปัจจัยเสริมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความมานะ ขยันหมั่นเพียร มองโลกอย่างเข้าใจ มีทักษะทางสังคมดี ในขณะที่ลำยองและน้องคนอื่นๆ เป็นเด็กที่เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง นั่นคือ ขี้เกียจ ไม่มีความพยายาม ขาดระเบียบวินัย ทักษะการสื่อสารแย่
พญ.ปราณีกล่าวอีกว่า เด็กทั้ง 5 คน เติบโตมาในครอบครัว ที่มีความรุนแรงทั้งทางวาจาและกาย แม่ที่ผิดหวังกับพ่อที่เอาแต่เมามาย ยายแลจึงเอาแต่บ่นตาปอและลูกๆ แถมยายแลยังจริยธรรมแย่ ขโมยของในร้านค้า โกงเงินทอนลูกค้าโดยไม่รู้สึกผิด ใช้ภาษาหยาบคาย กิริยามารยาทแย่ ทำให้ลูกๆ กลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง เห็นดีเห็นงามและเลียนแบบพฤติกรรมผิดๆ เกิดทัศนคติด้านลบ เห็นแก่ตัว และขี้ขโมยเหมือนยายแล ผิดกับลำยงที่มีปัจจัยปกป้องหลายด้าน ทำให้มีความมั่นใจในตัวเอง เคารพตัวเอง ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง To
Me
Co
Jm
Sa
La
De
Fl
St
Ma
Ra
St
Ka
Il
Mi
A
To
A
A
A
St และรู้จักผิดชอบชั่วดีผิดกับพี่น้องคนอื่นๆ
ยายแลเลี้ยงลำยอง เหมือนพ่อแม่รังแกฉัน ปลูกฝังให้ลูกสาวคนสวย ใช้การรวยทางลัด จนลืมปลูกฝังคุณลักษณะดีๆ ไม่เคยฝึกลำยองให้ทำงานบ้านหรือทำมาหากิน ไม่เคยชมลำยงที่ทำงานทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือครอบครัว สามารถพัฒนาตนเองจนเป็นเจ้าของร้านค้า
จากอุทาหรณ์การเลี้ยงลูกของยายแล พญ.ปราณีให้ข้อคิดว่า แม้เด็กหลายคนจะมีคุณลักษณะบางอย่างที่เป็นปัจจัยเสี่ยง มาขัดขวางการพัฒนาตนเอง แต่หากได้รับการเลี้ยงดูภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ไม่มีความรุนแรงในบ้าน มีพ่อแม่ที่เปรียบเหมือนพระในบ้านคอยชื่นชมลูกหรือปลูกฝังสิ่งดีๆ ให้ จะมีผลให้เด็กมีจิตใจอ่อนโยน เห็นอกเห็นใจคนอื่น จะทำให้เด็กมองเห็นสิ่งดีๆ ในตนเอง ภาคภูมิใจในตนเอง ทำให้เด็กมีความเข้มแข็ง แม้ในยามชีวิตเขามีอุปสรรค ตกระกำลำบาก หรือขาดความพร้อมบางอย่าง
เด็กกลุ่มนี้จะไม่ย่อท้อ และมักเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นพลังในการแก้ปัญหา ดังนั้น จึงไม่ควรเลี้ยงลูกให้สบาย หรืออุ้มชูช่วยเหลือมากจนเกินไป ต้องพยายามให้เขาฝึกทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง โดยมีพ่อแม่คอยให้คำแนะนำ สนับสนุน แสดงความชื่นชมและให้กำลังใจเป็นระยะ
ดูละครแล้วย้อนดูตัว ก่อนจะกลายเป็น พ่อแม่รังแกฉัน แบบ ยายแล ที่สุดท้ายคนที่เสียใจที่สุดกับลูกแบบลำยองก็คือ ผู้เป็นแม่ นั่นเอง
No comments:
Post a Comment