Friday, August 7, 2015

ดินประสิว อันตรายในไส้กรอก

วันนี้ขอนำเสนอไส้กรอกสีแดงเสียบไม้ตามรถเข็น ที่หันไปมองทางไหนหรือไปที่ใดจะต้องเจอวางขาย

ไส้กรอก เป็นอาหารที่แปรรูปมาจากเนื้อสัตว์ วิธีการทำนั้นไม่ยาก เริ่มจากนำเนื้อหมู เนื้อวัวหรือเนื้อไก่ มาบดผสมกับเกลือ และเครื่องปรุงรสแล้วบรรจุในไส้เพื่อทำให้เกิดรูปร่างและทำให้สุก

ไส้กรอกจึงสามารถทานได้เลย ถ้าไม่แน่ใจนำมาผ่านความร้อนก่อนทานอีกรอบ ทั้งปิ้ง ย่าง ทอดหรือนำเข้าไมโครเวฟเพียง 1 นาที ก็ทานได้อย่างปลอดภัย ทว่า ไส้กรอกที่เห็นมีสีแดงๆ น่าทานนั้น อาจมีสิ่งแอบแฝงที่เป็นอันตรายอยู่ด้วย

สิ่งที่ว่า คือ ดินประสิวหรือโพแทสเซียมไนเตรต ในวงการอาหารนำดินประสิวมาใช้เป็นวัตถุกันเสียทำให้เนื้อสัตว์เกิดสีแดงอมชมพู สีของเนื้อสัตว์จึงดูสด น่าทานอยู่เสมอ นิยมนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน แหนม กุนเชียง เนื้อเค็ม ปลาเค็ม ปลาร้า ปลาเจ่า

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 281 (พ.ศ.2549) กำหนดให้ใช้ไนเตรต เกลือไนเตรต ในผลิตภัณฑ์เนื้อหมัก เช่น ไส้กรอก แฮม ได้ไม่เกิน 500 มิลลิกรัมกิโลกรัมของอาหาร และไนไตรต์ เกลือไนไตรต์ ได้ไม่เกิน 125 มิลลิกรัมกิโลกรัมของอาหาร

แม้ทางกฎหมายจะอนุญาตให้ใช้ แต่ถ้าใส่ในปริมาณมากจนเกินไปจะทำให้เกิดโทษได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อสารชนิดนี้ จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด Ne Ad Br Ad Ni Th Ne Ad Br Ne L Ne As Mi ปวดศีรษะ และไนไตรต์สามารถทำปฏิกิริยากับโปรตีนในเนื้อสัตว์บางชนิดกลายเป็นสารก่อมะเร็ง

วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างไส้กรอกสีแดงเสียบไม้ตามรถเข็น 4 ตัวอย่าง จาก 4 ย่านการค้า ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของไนไตรต์และไนเตรต ผลปรากฏว่า ทุกตัวอย่างพบการปนเปื้อนของไนไตรต์และไนเตรต แต่ไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด

แต่อย่าชะล่าใจกันมากนัก ใน 1 วัน หากทานในปริมาณมาก มากกว่า 1 กิโลกรัมขึ้นไป และทานบ่อยครั้ง ก็ไม่แน่ว่าจะปลอดภัย

บาทวิถีสวยงาม จูงใจออกกำลัง


นักศึกษา โรงเรียนการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมิชิแกนที่สหรัฐฯ ค้นพบว่า บาทวิถีที่สวยงามน่าพิศมัยในแถบละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง จะปลุกปั้นให้คนมีสุขภาพพลานามัยดีได้

คณะนักวิจัยได้ศึกษาด้วยการสำรวจย่านบ้านใกล้เรือนเคียงใน Me Ad Du Ad Ac Ni Ho Ni Ne Ne Ad นครดีทรอยต์หลายแห่งพบว่า สภาพของบาทวิถีจะมีอิทธิพลชักชวนให้ผู้คนทั้งชายหญิงในแถบนั้นหันมานิยมการออกกำลังนอกบ้านได้

นักวิจัยเล่าว่า เราพบว่าบาทวิถีมีอิทธิพลปลุกปั้นให้ผู้คนรู้จักรักษาสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายกัน แม้แต่ถนนหนทางที่กว้างใหญ่กว่ากันก็ยังทำไม่ได้

พวกเขายังให้ความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบควรพยายามรักษาบาทวิถีไว้ให้มีสภาพเรียบร้อย ชวนให้เดิน ซึ่งจะช่วยชักชวนผู้ที่อยู่อาศัยในแถบใกล้เคียง พากันหาโอกาสไปออกกำลังกันมากขึ้น

No comments:

Post a Comment