Saturday, August 8, 2015

ทริคดื่มนมตามนาฬิกาชีวิต

คุณผู้อ่านเคยได้ยินประโยคที่ว่ารักใคร...ให้ดื่มนม กันใช่ไหม กับสโลแกนของทางหน่วยงานภาครัฐเมื่อหลายปีก่อน ที่ต้องการรณรงค์ให้คนไทยหันมาดื่มนม เพราะนมเป็นแหล่งโปรตีน แคลเซียม และวิตามินที่แสนจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย หาทานได้ง่าย และราคาไม่แพง

แต่หากจะดื่มนมให้ได้ประโยชน์มากขึ้น บางตำราเขานะนำว่า ให้ศึกษาหลักนาฬิกาชีวิต (Biological Clock) เราก็จะพบว่าไม่จำเป็นต้องไปพึ่งปลาทะเลน้ำลึกที่ไหนหรืออาหารสุขภาพแสนแพง เพราะแค่นม จากแม่วัวธรรมดาแต่ถ้าดื่มให้ถูกช่วงเวลาก็สามารถบำรุงอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างดีทีเดียวเลย จึงขอนำสาระดี ๆ เรื่องการดื่มนมตามหลักนาฬิกาชีวิตมาให้ได้อ่านกัน

คอนเซ็ปต์เรื่อง นาฬิกาชีวิต ของการแพทย์ตะวันออก แบ่งการทำงานของร่างกายออกเป็นช่วงเวลา โดยเชื่อว่าถ้าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตมาให้สอดคล้องกับการทำงานของร่างกายในแต่ละช่วงเวลาก็จะทำให้เรามีสุขภาพดี อายุยืนและไร้ซึ่งโรคภัย ซึ่งดู ๆ แล้วก็ดันไปป๊ะกันแหมเข้าคู่กับคอนเซ็ปต์จังหวะวงจรชีวิต (Circadian Rhythm) ของทางตะวันตกเข้าให้ยังกะเป็นแฝดพี่แฝดน้องกันเลยว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกับนาฬิกาชีวิต และจังหวะวงจรชีวิต ดูกันซิว่านม แต่ละประเภทนั้นเหมาะกับร่างกายในช่วงเวลาไหนบ้าง

05.00 - 07.00 น. ว่ากันว่าช่วงเช้าแบบนี้เป็นช่วงเวลาของการทำงานของลำไส้ใหญ่ควรหัดขับถ่ายในช่วงเช้าให้เป็นนิสัย การดื่มนมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดี รู้อย่างนี้ ตื่นแล้วให้รีบตรงรี่ไปที่ตู้เย็นหานมเปรี้ยว ที่มีจุลินทรีย์มีชีวิตที่เป็นประโยชน์ (Probiotic) มาดื่มกัน

07.00 - 09.00 น. ควรทานอาหารเช้าอย่างเต็มที่เพราะเป็นมื้อแรกหลังจากร่างกายได้พักฟื้นจากการหลับยาวช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของกระเพาะ ร่างกายต้องการพลังงานน่าจะลองเปลี่ยนจากกาแฟ หรือชา มาดื่มนมพาสเจอร์ไรส์รสกาแฟรสช็อกโกแลต หรือมอลต์ที่ให้พลังงานเพื่อสนองต่อความต้องการของกระเพาะน่าจะเข้าท่ากว่า

09.00 - 12.00 น. เป็นช่วงจังหวะของการเรียนและทำงานสมองต้องการถูกกระตุ้นเพื่อให้สามารถใช้ความจำได้เต็มที่ ถ้าเป็นไปได้ลองพักเบรกด้วยโยเกิร์ต ไม่มีไขมัน หรือ โยเกิร์ตไขมันต่ำที่ให้ทั้งกลูโคสและกระตุ้นการทำงานเซลส์สมองช่วยให้ปลอดโปร่งจำและตัดสินใจได้ฉับไว

มาถึงหนุ่มสาวมนุษย์กลางคืนที่เพิ่งมาเริ่มต้นวันเอาช่วงเที่ยงนั้นคงต้องบอกว่าไลฟ์สไตล์ของคุณนั้นทำให้ร่างกายรวนเร Ro To Co Ti Sh To Be To Pr Pa Tr เพราะถ้าเลยมาจนเที่ยงแล้วยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยล่ะ ก็นั่นแปลว่าน้ำตาลในเลือดกำลังต่ำ เมื่อตื่นขึ้นมาคุณก็จะไม่รู้สึกสดชื่นเท่าที่ควร ทีนี้มาดูกันต่อว่าในช่วงเที่ยงนั้น ร่างกายของเรายังคงเดินหน้าทำอะไรกันบ้าง

12.00 - 15.00 น. ช่วงเที่ยงและบ่ายเป็นช่วงของการทำงานของระบบย่อยอาหารอย่างกระเพาะและลำไส้เล็กกระเพาะจะหลั่งกรดออกมาในช่วงเที่ยงการดื่มนมเปรี้ยวตามหลังอาหารจะช่วยให้ลำไส้เล็กย่อยและดูดซึมสารอาหารดีขึ้น ยิ่งถ้าเป็นนมเปรี้ยวสูตร ไม่มีไขมัน ก็จะช่วยล้างไขมันที่เกาะในลำไส้ให้เราอีกต่างหาก

15.00 - 17.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ ควรดื่มน้ำผลไม้เพื่อให้มีการขับปัสสาวะถ้าไม่สามารถหาน้ำผลไม้ได้การดื่มนมเปรี้ยวพร้อมดื่มรสผลไม้ ก็จะช่วยให้กระเพาะปัสสาวะถูกกระตุ้นและได้ขับถ่ายของเสียออกไปจากร่างกายได้เหมือนกัน

17.00 - 21.00 น. หลังเลิกงานเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เยื่อหุ้มหัวใจ ยิ่งสำหรับผู้สูงอายุความดันโลหิตจะต่ำลงการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและความดันให้เหมาะสมช่วงนี้ร่างกายต้องการวิตามินซีและอีสูงแต่เป็นช่วงเวลาที่ไม่ควรทานอาหารมื้อหนัก ดังนั้นการเลือกดื่มนมเปรี้ยวที่เสริมวิตามินซีและอีแทนมื้อเย็นอาจจะเป็นทางเลือกที่เป๊ะที่สุดสำหรับผู้รักสุขภาพ

21.00 - 23.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น และยังเป็นช่วงที่ร่างกายจะสามารถรับแคลเซียมได้มากที่สุดดังนั้นการดื่มนมอุ่น ๆ ซักแก้วก่อนเข้านอนจะช่วยทั้งควบคุมอุณหภูมิในร่างกายและทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพื่อสุขภาพที่ดีควรเลือกนม ไขมันต่ำ และมีแคลเซียมสูงเพียงแค่นำเข้าไมโครเวฟเพียงกิ๊งเดียวในหนึ่งนาทีก็จะได้นมอุ่น ๆ ที่แคลเซียมยังอยู่ครบถ้วยแถมช่วยให้หลับง่ายด้วย

23.00 - 05.00 น. เป็นช่วงเวลาของการปล่อยให้ร่างกายพักผ่อนเพื่อให้ตับหลั่งสารมีราโทนิน (Meratonin) มาฆ่าเชื้อโรคเพื่อขจัดสารพิษให้ร่างกายไม่ให้มีสารตกค้างทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง คนที่นอนดึกอาจจะทำให้ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ทำให้ร่างกายไม่ได้ระบายของเสียออกไป การให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มอิ่มในช่วงนี้จะช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมตื่นขึ้นมารับวันใหม่อย่างสดชื่น

ที่กล่าวมาเป็นเพียงหลักการตามนาฬิกาชีวิต เพื่อให้การเลือกดื่มนม และผลิตภัณฑ์นม ตรงตามระบบการทำงานของร่างกายแต่ถ้าคุณผู้อ่านไม่สามารถปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ตรงกับระบบนาฬิกาชีวิตอย่างน้อยการเลือกดื่มนม นมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ต ก็เป็นการทำให้ร่างกายได้รับอาหารที่ดี มีคุณภาพ ดีกว่าการเลือดดื่มเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยน้ำตาล แต่งสี เติมกลิ่นที่มีอยู่เต็มท้องตลาดในปัจจุบัน

อย่าลืมนะคะว่า You are what you eat อยากสุขภาพดีต้องเริ่มที่การใส่ใจอาหารและเครื่องดื่มที่เราบริโภคกัน

รู้เด็กออทิสติก แค่เกิดได้ 2 เดือน

นักวิจัยโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยเอมอรี ของสหรัฐฯแจ้งว่า To Ug Lo To Gu Ug G Si Ug Fi Al Mm Ae Sh สามารถจะตรวจรู้เด็กออทิสติกได้หลังจากเกิดมาแค่ 2 เดือนเท่านั้นพวกเขารู้ได้จากการวิเคราะห์การมองดูหน้าคนของทารก นับตั้งแต่ลืมตาจนถึงอายุได้ 3 ขวบ

โดยพบว่า เด็กที่ถูกวินิจฉัยภายหลังว่าเป็นเด็กออทิสติก จะลดการมองสบตาคน ในช่วงระยะ 2-3 เดือนแรกของชีวิต อันเป็นลักษณะเฉพาะของเด็กอาการแบบนี้ เด็กเหล่านี้จะค่อยๆ ลดการสบตากับผู้อื่นให้น้อยลง เริ่มตั้งแต่อายุได้ 2 เดือนเป็นต้นมา

ดร.วอร์เรน โจนส์ หัวหน้านักวิจัย กล่าวว่าเราเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกที่อาจจะจับวี่แววของโรคออทิสซึม ในช่วงเดือนต้นๆ ชีวิตได้ นับเป็นร่องรอยแรกเริ่มที่สุดเท่าที่เคยพบกัน และเสริมว่าแต่ผู้เป็นพ่อแม่ของเด็กคงจะสังเกตได้ยาก เพราะอาการดังกล่าวจะต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจึงจะสังเกตได้

No comments:

Post a Comment