ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนมีเกิดและดับไป
ความรัก ก็เช่นเดียวกัน
เมื่อใจหมดรักอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เกิดความเข้าใจและยอมรับ
แต่ก็จำเป็นต้องยอมรับความจริงให้ได้ ไม่เช่นนั้นคง
มีแต่ความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานด้วยกันทั้งสองฝ่าย
เมื่อใดก็ตามที่
เริ่มรู้สึกว่าความรักไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง
บางสิ่งบางอย่างที่เป็นอยู่เริ่มขวางหูขวางตาไปหมด
และอยากมองหาความรักครั้งใหม่ที่ตรงใจกว่า
หรืออดหวั่นไหวไปกับคนที่ผ่านมาเข้ามาในชีวิตไม่ได้อยู่บ่อยครั้ง
สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอาจกำลังหมดรักในตัวคนรักแล้ว
ก่อน
อื่นต้องหาสาเหตุที่แท้จริงว่าความรู้สึกเบื่อหน่ายหรืออารมณ์ด้านลบเหล่า
นั้นเกิดจากอะไร และต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าเกิดจากคนรักหรือตัวเราเอง
บางทีอาจเป็นเพราะเรื่องอื่นๆ อย่างปัญหาในที่ทำงาน ครอบครัว พี่น้อง
เพื่อนฝูงที่มากระทบ ทำให้อารมณ์เสียไปกับทุกเรื่องก็ได้
หาก
ความรัก ไม่เป็นอย่างใจปรารถนาจริง
ก็ควรบอกกล่าวให้คนรักรับรู้เพื่อปรับตัวเข้าหากันก่อน
จนมั่นใจว่าคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของเราได้
ค่อยๆพยายามทำความเข้าใจให้ทั้งสองฝ่ายยอม
รับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้แล้วจึงยุติความสัมพันธ์ ดีกว่าหมดรักแล้ว
เลิกราไปด้วยความไม่เข้าใจกัน
ก้าวข้ามความรุนแรง ลด เครียดการเมือง
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือน โรคเครียดทางการเมือง ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกกลุ่ม ทั้ง ผู้ชุมนุม นักการเมือง Ch
To
Gu
To
Ug
Pr
Vo
Ch
Ke
Ba
Cl
Te
Me
Gu
Re
Me
Bo
Vo
Ol
Ni
Th
Ti
No ผู้ติดตามข่าวสาร และกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพจิต ไปฟังคำอธิบายจาก พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ว่า โรคเครียดทางการเมือง สถานการณ์ ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไร
พญ.พรรณพิมล บอกว่า ในขณะนี้พบว่าคนที่เป็นโรคเครียดทางการเมืองมีบ้างแต่น้อยมาก ไม่เหมือนกับการชุมนุมในอดีต ซึ่งในต่างจังหวัดมีโรคเครียดทางการเมืองแทบทุกพื้นที่ เพราะคนจดจ้องดูว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ ตอนนี้ระดับจังหวัดไม่มีปัญหาแล้วแต่มีปัญหาเฉพาะส่วนกลางคือกรุงเทพฯ อีกทั้งไม่มีการเผชิญหน้ากัน ไม่มีการใช้ความรุนแรง มีบริเวณการชุมนุมที่ชัดเจนคนจึงไม่กลัว มีบ้างที่มีการถกเถียงกันในหน้าเฟซบุ๊กในโลกออนไลน์
อาการทางกาย ของโรคเครียดทางการเมือง เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ตึงบริเวณขมับ ต้นคอหรือตามแขนขา นอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ หรือหลับแล้วตื่นกลางคืนไม่สามารถหลับต่อได้ ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ทั้งๆ ที่อยู่ในสภาพปกติ หายใจไม่อิ่ม อึดอัดในช่องท้อง แน่นท้อง ปวดท้อง ชาตามร่างกาย
อาการทางใจ วิตกกังวล ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา หงุดหงิดง่าย โกรธ ฉุนเฉียว ก้าวร้าว เบื่อหน่าย ท้อแท้ หมดหวัง สิ้นหวัง รู้สึกไม่มีทางออก สมาธิไม่ดี ฟุ้งซ่านหรือหมกมุ่นมากเกินไป
ปัญหาพฤติกรรมและสัมพันธภาพกับผู้อื่น มีการโต้เถียงกันกับผู้อื่น
หรือแม้แต่บุคคลในครอบครัว โดยใช้อารมณ์ตั้งแต่ปานกลางถึงรุนแรง โดยไม่สามารถยับยั้งตนเองได้ มีความคิดที่จะตอบโต้โดยใช้กำลังในการเอาชนะ มีการลงมือทำร้ายร่างกายเพื่อตอบโต้ มีการเอาชนะทางความคิดแม้กับคนที่เคยมีสัมพันธภาพที่ดีมาก่อน จนทำให้เกิดปัญหาด้านสัมพันธภาพ เกิดการใช้กำลังและความรุนแรงขึ้นได้
การชุมนุมแสดงจุดยืนในครั้งนี้ไม่มีการใช้ความรุนแรง ปัญหาโรคเครียดทางการเมืองจึงน้อย แต่ต้องระมัดระวังเวลาไปฟังการปราศรัยมีการพูดเร้าอารมณ์มาก อาจโน้มน้าวจิตใจให้เชื่อข้อมูลโดยขาดการไตร่ตรอง ดังนั้นทุกข้อมูลที่เข้ามาต้องพิจารณาไตร่ตรองให้ดี มิฉะนั้นรับข้อมูลแล้วจะเชื่อเลย ยิ่งปัจจุบันมีการตัดต่อข้อมูลหลายข้อมูลไม่มีแหล่งที่มาแต่มีการส่งต่อๆ กัน ต้องระมัดระวังเพราะบางทีการไปรวมกลุ่มกันจะเชื่อข้อมูลดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นต้องใช้สติในสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง
เวลาคนจำนวนมากไปรวมกลุ่มกัน สิ่งที่กังวลคือ หนึ่ง ไม่อยากให้มีการเร้าอารมณ์ที่นำไปสู่ความรุนแรง อยากให้ทุกคนไปชุมนุมเพื่อแสดงสิทธิและเสียง Pe
Ec
Su
Vo
Te
Ch
Ch
Fi
Va
Cu
Cr
Sp
Jo
Su
Me
Vo
Vo
To
Hu
Ke
To
Al ไม่จำเป็นต้องแสดงความรุนแรง เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ ดังนั้นต้องระมัดระวังการใช้ความรุนแรง เพราะเวลาไปรวมกลุ่มกันจำนวนมาก แค่มีสิ่งแปลกปลอมจุดเล็กๆ หรือมีประเด็นเล็กๆ ขึ้นมา อาจเกิดความรุนแรงขึ้นได้ซึ่งไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดปัญหา ด้วยเหตุนี้จึงมีการเฝ้าระวังมือที่สาม เพราะเป็นจุดอ่อนไหวที่ต้องระมัดระวัง
สอง ผู้ที่ไปร่วมชุมนุมอยากให้ถือโอกาสแลกเปลี่ยนพูดคุย เรียนรู้ รับฟัง เป็นโอกาสพูดคุยกันในระบอบประชาธิปไตย เรื่องบ้านเมืองว่าอยากเห็นบ้านเมืองเป็นอย่างไร อยากปฏิรูปมีทางเลือกทางออกอย่างไร แล้วจะมีส่วนร่วมได้อย่างไร
ผ่านมาหลายปีแต่ความขัดแย้งในสังคมไทยดูเหมือนจะยังไม่จางหายไป...พญ.พรรณพิมล อธิบายว่า แม้ความขัดแย้งจะยังไม่จางหายไปแต่มีการก้าวข้ามความรุนแรงไปแล้ว ตอนนี้คนรู้สึกว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่นำไปสู่ความรุนแรง ทุกคนเรียนรู้ว่าอย่างน้อยมาร่วมชุมนุมมาพูดเรื่องบ้านเมืองโดยไม่ต้องก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ
No comments:
Post a Comment