Saturday, August 8, 2015

ปภ.แนะเรียนรู้ เตรียมพร้อมรับมือภัยในช่วงฤดูหนาว

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือนฤดูหนาวเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุทางถนนในช่วงหมอกลงจัด มีสถิติการเกิดอัคคีภัยและไฟป่าสูงกว่าฤดูกาลอื่น พร้อมแนะประชาชนสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย พร้อมเพิ่มความระมัดระวังกิจกรรมเกี่ยวกับไฟเป็นพิเศษไม่ก่อกองไฟให้ความอบอุ่นในจุดเสี่ยงเพลิงไหม้ หลีกเลี่ยงการจุดไฟในป่า รวมถึงเปิดไฟตัดหมอกเมื่อขับรถผ่านเส้นทางหมอกลงจัด ไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น จึงเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเจ็บป่วยได้ง่าย รวมถึงมีสภาพอากาศแห้งและลมพัดแรง ทำให้มีสถิติการเกิดเพลิงไหม้ ไฟป่าสูงกว่าฤดูกาลอื่น อีกทั้งยังมีหมอกลงจัดปกคลุมทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากขึ้น เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอแนะวิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันภัยในช่วงฤดูหนาว ดังนี้

การเจ็บป่วย

ประชาชนควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ คอ ทรวงอก พร้อมสวมถุงมือและถุงเท้า เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ จะช่วยป้องกันการเจ็บป่วยในช่วงฤดูหนาว พร้อมดูแลกลุ่มเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายและเสี่ยงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อน หากเจ็บป่วยจะมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป

ไม่ควรดื่มสุราแก้หนาว เนื่องจากในช่วงแรกร่างกายจะรู้สึกร้อนวูบวาบ จากนั้นอุณหภูมิร่างกายจะลดต่ำกว่าปกติและสูญเสียความร้อนเร็วขึ้น หากดื่มในปริมาณมากจนเมาและเผลอหลับโดยไม่ห่มผ้าหรือสวมเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่นเพียงพอ อาจทำให้เสียชีวิตได้ รวมถึงไม่นอนในที่โล่งแจ้งโดยไม่มีสิ่งปกคลุมร่างกาย เพราะความเย็นจะทำให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดอาการช็อกเสียชีวิตได้

อัคคีภัย

โดยเพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับไฟเป็นพิเศษ ไม่เผาขยะ ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพงหญ้าแห้ง ใกล้แหล่งเชื้อเพลิงและบริเวณบ้าน เพราะฤดูหนาวมีสภาพอากาศแห้ง ลมพัดแรง เมื่อเกิดเพลิงไหม้ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็วและยากต่อการควบคุม ไม่ก่อกองไฟให้ความอบอุ่นในจุดเสี่ยงเพลิงไหม้ โดยเฉพาะบริเวณบ้านและในบ้าน รวมถึงใกล้แหล่งเชื้อเพลิง เช่น กองไม้ กองฟาง ผ้าห่ม ที่นอน เป็นต้น เพราะอาจทำให้เพลิงไหม้บ้าน หากเผลอหลับอาจถูกไฟคลอกเสียชีวิต

กรณีก่อกองไฟควรใช้น้ำราดดับไฟให้สนิททุกครั้ง ไฟป่า ประชาชนที่อาศัยบริเวณแนวชายป่าควรเก็บกวาดใบไม้แห้ง วัชพืชบริเวณรอบบ้านให้โล่งเตียน Mi Mi Ra Ug Ug Mu Fr Aq Fr Al Sa Dr Dr Ko Fr Ug Dr Ug Ug Ug  ไม่ให้กองสุมเป็นเชื้อเพลิง ไม่เผาขยะหรือหญ้าแห้งใกล้แนวชายป่า ไม่เก็บหาของป่าหรือล่าสัตว์โดยการจุดไฟ เพราะหากเกิดเพลิงไหม้อาจลุกลามเป็นไฟป่า รวมถึงจัดทำแนวกันไฟป้องกันไฟลุกลามไหม้พื้นที่ใกล้เคียง นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการจุดไฟในป่า ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพงหญ้าแห้ง เพิ่มความระมัดระวังในการก่อกองไฟ หากก่อกองไฟใกล้แนวชายป่าและในป่า ควรดูแลใกล้ชิดและดับไฟให้สนิททุกครั้ง

อุบัติเหตุทางถนน

มาทำความรู้จัก ฉลากโภชนาการ


รู้ไหมว่า ฉลากบนภาชนะบรรจุของอาหาร แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ฉลากอาหาร และฉลากโภชนาการ ซึ่งมีข้อมูลที่แตกต่างกันไป

ฉลากอาหารจะแสดงข้อมูลด้านความปลอดภัย อย่างวันที่ผลิตหมดอายุ วิธีการเก็บรักษา วิธีปรุง คำเตือนต่าง ๆ ข้อมูลด้านความคุ้มค่า อย่างชื่อประเภทของอาหาร ส่วนประกอบ ซึ่งเรียงลำดับตามปริมาณที่ใช้จากมากไปน้อย และปริมาณอาหาร (น้ำหนัก หรือปริมาตร)

ฉลากโภชนาการ จะแสดงข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร โดยระบุชนิดและปริมาณสารอาหารที่เราจำเป็นต้องรู้ก่อนซื้อมากิน ซึ่งเราจะมาเรียนรู้วิธีการอ่านฉลากโภชนาการนี้กัน

ปริมาณสารอาหารที่เราจะได้รับ ต่อการกิน 1 หน่วยบริโภค ซึ่งข้อมูลที่เราจำเป็นต้องคำนึงถึงให้มากก็คือ ไขมัน น้ำตาล และโซเดียม พวกนี้ถ้ามีมากไปก็ไม่ดี แต่ถ้าเป็นไฟเบอร์ หรือกากใยอาหาร รวมไปถึงวิตามิน มีมากก็ยิ่งดี ด้านท้ายยังมีบอกด้วยว่า สารอาหารที่เราจะได้รับต่อ 1 หน่วยบริโภคนั้น คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน (ยำอีกครั้งว่านี่เป็นตัวเลขแค่ 1 หน่วยบริโภค ไม่ใช่ทั้งหมด)

ความต้องการสารอาหารที่เขาแนะนำให้คนไทยได้รับใน 1 วัน นี่เป็นค่าโดยประมาณเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริง ๆ ก็จะแตกต่าง กันไปตามเพศ อายุ กิจกรรมที่ทำของแต่ละคน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เฉลี่ยแล้วก็ควรจะได้รับประมาณนี้

โดยปริมาณพลังงานที่ควรจะได้ใน 1 วันคือ 2,000 กิโลแคลอรี ควรควบคุมอย่าให้กินมากไปกว่านี้ (ยกเว้นถ้าคุณคือนักกีฬา ทหารฝึกหนัก หรือผู้ใช้แรงงาน) หมายถึง อาหารในซองนี้ ผู้ผลิตแนะนำให้แบ่งกินกี่ครั้ง เช่นขนมซองนี้ ผู้ผลิตแนะนำให้กินครั้งละ 30 กรัม ซึ่งคิดเป็น 13 ของทั้งซอง หรือแบ่งกินได้ 2.5 ครั้ง คิดเป็น 1 หน่วยบริโภค (ใครจะกินมากกว่านี้ก็ได้ ไม่มีใครว่า แต่ตัวเลขด้านล่างต่อไปจะคิดจาก 1 หน่วยบริโภคเท่านั้น)

30 กรัมของขนมซองนี้ (หรือ 1 หน่วยบริโภคที่เขาบอกตั้งแต่แรก) ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี โดยใน 150 กิโลแคลอรีนี้ มีพลังงานที่ได้จากไขมันอยู่ 80 กิโลแคลอรี อย่าเข้าใจผิดคิดว่าขนมทั้งซองให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี เพราะนี่คิดแค่ 1 หน่วยบริโภคเท่านั้น ถ้าอยากรู้ว่ากินทั้งซองนี้จะได้พลังงานกี่กิโลแคลอรี ต้องคูณด้วยจำนวนหน่วยบริโภคทั้งซองเข้าไปก่อน (กิโลแคลอรี ในที่นี้ บางเจ้าใช้คำว่าแคลอรีเฉย ๆ ซึ่งในที่นี้ มีค่าเท่ากัน ในทางวิทยาศาสตร์อาจจะไม่เท่ากัน แต่บนฉลากโภชนาการแล้ว เป็นที่รู้กันว่า กิโลแคลอรี = แคลอรีนะจ๊ะ)

ส่วนที่ต้องควบคุมให้ดีก็คือ ไขมัน คอเลสเตอรอล และโซเดียม (สาเหตุโรคไตและความดันสูง) ควรจะกินให้น้อยกว่าปริมาณที่เขียนไว้ด้วย (ปริมาณสูงสุดที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน) อีกตัวเลขหนึ่งที่ไม่ควรเกินคือน้ำตาล ไม่ควรกินเกิน 24 กรัมต่อ 1 วัน So So Va Ko Mu Pr Fr Gu Co Fr Ar Ar An An Pr Co Mi So Be Be So So To To Je ถ้าหากใครคิดว่าตารางโภชนาการแบบเต็มนี้อ่านยากเกินไป เขาก็มีตารางแบบย่อมาให้อ่านง่ายขึ้นด้วย โดยเน้นเฉพาะสารอาหารที่จำเป็นต้องควบคุมแค่ 4 ชนิดคือ พลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม แปะให้ดูง่าย ๆ ที่ด้านหน้าซองหรือภาชนะบรรจุกันไปเลย
ผู้ขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถผ่านเส้นทางที่มีหมอกลงจัดและควันไฟปกคลุมเป็นพิเศษ โดยเปิดไฟหน้ารถ ไฟตัดหมอก ไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ ไม่เปลี่ยนช่องทางจราจรกะทันหัน ไม่ขับแซงในระยะกระชั้นชิด กรณีหมอกลงจัดจนมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน ควรจอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย เช่น ที่พักริมทาง สถานีบริการน้ำมัน เป็นต้น รอจนหมอกบาง จึงค่อยขับรถไปต่อ ทั้งนี้ การเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย จะช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากภัยในช่วงฤดูหนาว

No comments:

Post a Comment