เกือบจะไม่มีคนไทยรายใดที่ไม่รู้จัก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งส่วนมากมักจะเรียกชื่อตามตราหรือยี่ห้อ เช่น มาม่า ยำยำ ไวไว โคคา และอื่น ๆ เป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยติดอันดับ
ตลอดมา หากจะนำตัวเลขยอดของคนไทยกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาเปิดเผยแล้วหลายคนจะตาค้าง
คาดไม่ถึงจากรายงานระบุว่า ในแต่ละวัน คนไทยกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 6 7 ล้านซอง ตกคนละประมาณ 50 ซองต่อปี
กลุ่มที่กินมากที่สุดเห็นจะเป็นเด็ก และวัยเรียน วัยรุ่น โดยเฉพาะเด็กหอพัก แทบจะพูด
ได้ว่า กินกันทุกวัน บางราย เช้า-เย็น และกินติดต่อกันเป็นเวลานาน จนกว่าจะเบื่อ แต่บางรายไม่รู้จัก
เบื่อเพราะกินแทนข้าวเป็นอาหารหลักประจำไปเลย
มีหลายเหตุผลที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นอาหารยอดฮิตในสังคมไทย อันได้แก่ ปรุงง่าย
สะดวก ไม่เสียเวลา เหมาะสำหรับคนมีเวลาน้อย และทำกับข้าวไม่เป็น ใครๆ ก็ปรุงได้และหาซื้อง่าย
ราคาไม่แพง ที่สำคัญคือ มีหลากหลายยี่ห้อและรสชาติให้เลือกตามรสนิยมของคนไทย รสชาติอร่อย
ซึ่งส่วนมากเพราะผงชูรส
เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา นักโภชนาการจัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารด้อยคุณค่า ไม่สมดุล
มีแต่แป้งและผงชูรส ต่อมาทานกระแสการบริโภคที่มาแรงของคนไทยไม่ได้ จึงร่วมมือกันนำมาพัฒนา
ให้มีคุณค่ามากขึ้น โดยการเสริมสารอหาร 3 ชนิด ในเครื่องปรุง คือ วิตามินเอ ไอโอดีน และธาตุเหล็ก
แล้วส่งเสริมการบริโภคให้ถูกหลักโภชนาการ
การกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดยเพียงแค่เติมน้ำร้อนแล้วกินเลยนั้น ถือได้ว่ากินไม่ถูกต้อง
โดยเฉพาะกินแบบนี้ติดต่อกันจนเป็นนิสัย ที่เห็นยิ่งไปกว่านั้น คือ ฉีกซองกินทั้งดิบๆ เป็นขนมกินเล่น
การกินลักษณะนี้ติดต่อกันเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ เพราะเท่ากับว่าได้กิน
เฉพาะแป้ง
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารที่นับว่าใช้ได้ ไม่ได้เลยร้ายมากมายอะไร หากรู้จักปรุง
กินให้ถูกวิธี Ch
Bo
Bo
Vo
Is
Ch
Re
Cl
Cr
Me
Su
Bo
Cl
Sa
Ol
Hu
Gu
Al
Su
Ol
Is
Vi
Ol
Bi โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อเฉพาะตำรับหรือยี่ห้อที่บนซองระบุว่า มีสารไอโอดีน เหล็ก
และวิตามินเอ อยู่เท่านั้น เมื่อนำมาปรุงจะต้องเติมไข่ หรือเนื้อสัตว์และผักลงไปทุกครั้ง ผักที่เติม
อาจเป็นถั่วงอก คะน้า ตำลึง ผักบุ้ง ผักกาด ก็ได้ แต่ที่สำคัญคือ จะต้องไม่ลืมฉีกซองเครื่องปรุงใส่ลง
ในบะหมี่ทุกครั้งที่ปรุง และไม่ควรใส่น้ำมาก ใส่น้ำพอดี เวลากินจะต้องซดน้ำให้ได้มากที่สุด หมดชาม
ยิ่งดี เพราะเท่ากับว่าเราได้สารอาหาร 3 ชนิดนั้น เข้าสู่ร่างกายได้เต็มที่
ไม่ควรกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปติดต่อกันเป็นประจำนานๆ ซึ่งถือว่าเป็นการกินอาหาร
ที่ซ้ำซาก ควรกินสลับกับอาหารประเภทแป้งอื่น โดยเฉพาะควรกินข้าวเป็นอาหารหลัก การกินอาหาร
ที่ผ่านขบวนการผลิตซ้ำซากจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการสะสมสารพิษบางชนิดในร่างกาย และทำให้
ร่างกายได้รับสารอาหรไม่ครบถ้วน
หรือได้รับอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนเกินไป
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินได้ แต่ต้องใส่ใจกินให้ถูก ปรุงให้สุก เติมเนื้อสัตว์ และผักทุกครั้ง
สตรีนักวิทย์ศึกษาสารสกัดจากเปลือกมังคุด พบฤทธิ์จู่โจมเฉพาะเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยไม่สร้างความเสียหายให้เซลล์ดีที่อยู่รายรอบ มั่นใจงานวิจัยสามารถพัฒนาเป็นยามะเร็งประสิทธิภาพสูงในอนาคต
รศ.ดร.รมิดา วัฒนโภคาสิน ภาควิชาเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เปิดเผยว่า ใช้เวลากว่า 2 ปีศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งจากสมุนไพร หลังจากเชื่อว่าสมุนไพรบางชนิด อาทิ มังคุด ขมิ้นชัน ใบพุทรา สามารถต้านเซลล์มะเร็ง ทั้งนี้ ผลจากการทดสอบพบว่า สารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี แม้จะใช้เพียงเล็กน้อยเพียง 4 มิลลิกรัมก็ตาม
สารสกัดจากเปลือกมังคุดที่นำมาใช้ในการศึกษานี้ ได้รับการสนับสนุนจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยการทดสอบพบว่า สารสกัดในปริมาณ 4 มิลลิกรัมดังกล่าว สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้กว่า 50% ของเซลล์มะเร็งทั้งหมด และจากการขยายผลนำสารสกัดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งอื่น ก็พบว่าสามารถออกฤทธิ์ดีในการทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้และเซลล์มะเร็งตับ
นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้ศึกษาเทคนิคการรักษามะเร็งด้วยยีนบำบัด โดยนำสารสกัดจากมังคุดใส่ในเม็ดบีดขนาดจิ๋วระดับนาโน Ke
Du
Ae
Al
Ha
Bo
Ch
Me
Sa
Cl
Cl
Ad
Je
Je
Su
Su
Su
Te
Ch
Fi
Du
จากนั้นอาศัยไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนตัวและไม่เป็นอันตราย เป็นตัวนำเม็ดบีดนั้นเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งวิธีดังกล่าวสามารถที่จะประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย หรือโรคเลือดจาง ส่วนสารสกัดจากสมุนไพรขมิ้นชันและใบพุทรา ยังอยู่ระหว่างการศึกษา
ทั้งนี้ จากผลงานการศึกษาเกี่ยวกับสารสกัดจากสมุนไพร กับการทำลายเซลล์มะเร็ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ในการผลิตเป็นยามะเร็งประสิทธิภาพสูงต่อไปในอนาคต จึงส่งผลให้ รศ.ดร.รมิดา วัฒนโภคาสิน ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับรางวัลสตรีนักวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2547 จากลอรีอัล โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัย 1.5 แสนบาท
No comments:
Post a Comment