แท้ที่จริงเป้าหมายของการฆ่าตัวตาย มิใช่เพราะต้องการตาย แต่เพื่อหนีจากความเจ็บปวดไปที่ใดสักแห่ง
เช้าวันหนึ่งได้รับ sms ข้อความว่าพี่เป้ยิงตัวตาย เขาทิ้งฉัน จู่ๆ หัวใจก็เต้นแรงขึ้น แทบไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่า สามีสุดที่รักของเพื่อนรักจะกล้าพรากลมหายใจตัวเองแทนมัจจุราช
ข่าวการฆ่าตัวตายบนหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน และพบว่าสถิติผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายสำเร็จทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านคน หรือ 1 คนทุกๆ 40 วินาที และมีผู้เสียชีวิตที่เป็นคนไทยประมาณ 4,500-5,500 คนต่อปี
ตัวเลขสูงลิบทำให้ตระหนักว่า มันยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของไทยและทั่วโลก ถึงขนาดองค์การอนามัยโลกกำหนดให้ทุกวันที่ 10 กันยายนของทุกปีเป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก
แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เราไม่ใช่เพียงผู้เสพข่าว เพราะมันเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที
ช่วงสายของวันที่ได้รับข้อความสั้น ฉันเดินเข้าห้องไอซียูด้วยความหดหู่ มองเห็นผู้ชายนอนนิ่งอยู่บนเตียง หายใจรวยริน กล้ามเนื้อกระตุกบ้าง มีผ้าก๊อตชุ่มเลือดข้างศีรษะทั้งสอง ข้างๆ กัน พบหญิงสาวกำลังกุมมือชายคนนั้นไว้ เธอไม่ร้องไห้แล้ว แต่ฉันเห็นคราบรอยน้ำตาที่เหือดแห้งบนใบหน้า
เพื่อนสนิทย้อนเหตุการณ์ให้พวกเราฟังว่า สามีของเธอปรารถนาจะฆ่าตัวตายมาตลอด เขาพยายามจะปลิดชีวิตหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ และเขียนจดหมายลาตายไว้แล้ว แต่ครั้งนี้ความพยายามสัมฤทธิ์ผล เขาดื่มสุรามาก และตัดสินใจลั่นไกตรงศีรษะต่อหน้าต่อตาเธอ
พวกเราอดถามไม่ได้ว่า ทะเลาะกันหรือเปล่าหรือสาเหตุเกิดจากอะไร
เขาบอกว่า ถ้าเกิดมาเป็นนักเขียนแล้วเขียนหนังสือไม่ได้ ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม
หลังจากเพื่อนสาวเล่าจบ ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่า เหตุผลนั้นจะทำให้คนๆ หนึ่งที่ประสบความสำเร็จกับอาชีพที่ใฝ่ฝัน และได้สมรสกับภรรยาที่เขารักที่สุด ตัดสินใจฆ่าตัวตายและปล่อยให้คนที่อยู่ข้างหลังจมกองทุกข์โดยไม่ตั้งใจ
แพทย์หญิงสมรัก ชูวานิชวงศ์ นายกสมาคมสายใยครอบครัว โรงพยาบาลศรีธัญญาให้ข้อมูลว่า สาเหตุของการฆ่าตัวตายนอกเหนือจากปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวเร่งเร้าแล้ว
ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง คือ ปัญหาทางความคิดตีบแคบ รู้สึกหมดหวัง อารมณ์หุนหัน จัดการกับความโกรธไม่ได้ และมีพฤติกรรมนิยมความสมบูรณ์แบบ หรือไม่ก็ยอมรับนับถือตนเองต่ำ
ทั้งหมดเป็นผลจากการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว โรคจิตเภท ผู้ติดสุรา และผู้ติดยาเสพติด และไม่ได้รับการรักษา และสะสมมานานจนยากจะแก้ไข
มุมมองต่อการฆ่าตัวตาย พวกเขาคิดว่าศัตรูของชีวิตคือความเจ็บปวด แท้ที่จริงเป้าหมายของการฆ่าตัวตาย มิใช่เพราะต้องการตาย แต่เพื่อหนีจากความเจ็บปวดไปที่ใดสักแห่ง
คุณหมอเล่าต่อว่า ยังมีความเชื่อผิดๆ Ni
Me
Ni
Ne
Ne
Br
Ad
Ne
Ec
Ad
De
Ne
Ke
Ac เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหลายเรื่องที่ต้องกลับมานั่งทำความเข้าใจกันใหม่ เช่น คนที่ซึมเศร้ามาแล้วระยะหนึ่ง ถ้าดูว่าเขาหายเศร้าไม่ได้แปลว่าจะไม่อันตราย หรือคนที่เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ มักจะไม่ทำซ้ำอีกเพราะอาย เป็นต้น
ความจริงแล้ว ร่องรอยก่อนจะฆ่าตัวตาย ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตไว้หลายข้อให้คนรอบข้างครุ่นคิด ไม่ว่าจะเป็น การสื่อความคิดและพูดถึงการฆ่าตัวตาย และความตาย หรือรู้สึกหมดหวังกับชีวิตและอนาคต มีพฤติกรรมทำลายตัวเองหรือข่มขู่คนอื่น
บ้างสื่อสารเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย เช่น เขียนใส่กระดาษ บันทึกประจำวัน หรือวาดรูป หรืออยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาจัดการภารกิจส่วนตัว เช่น พินัยกรรม ให้เรียบร้อย เป็นต้น
พวกเขามักรู้สึกว่าคนในครอบครัวไม่ได้ช่วยเขามากพอ หรือน่าจะรู้สิว่าเขาคิดอะไรอยู่ ที่แย่ไปกว่านั้น คนใกล้ตัวผู้พยายามฆ่าตัวตายกลับชอบกล่าวโทษ โยนความผิดให้ใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งมันไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดีเลย แพทย์หญิงสมรักกล่าว และว่า
การฆ่าตัวตาย ป้องกันได้ และต้องตอกย้ำลงไปในหัวใจว่า มันคือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ทุกคนต้องตระหนักว่า ชีวิตทุกชีวิตมีค่า และทุกคนต้องร่วมมือกันขจัดปัจจัยที่จะก่อความเสี่ยง
การไปหาจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องแปลก มันอาจทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆก็ได้ แต่ถ้ากลัว ก็ลองเทคนิคง่ายๆ ทำอย่างไรก็ได้
แต่อย่าทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า หรือทำให้เขาคิดว่าไม่มีใครช่วย หรือคิดว่าโลกใบนี้ไม่น่าอยู่ แล้วช่วยเขาปรับคุณค่า บอกว่ายังมีคนช่วยและหาความหวังให้เขา คุณหมอแนะนำ
นอกจากทัศนะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ยังมีนรีกระจ่าง คันธมาส ศิลปินผู้มีประสบการณ์ผ่านวิกฤตการฆ่าตัวตาย ส่งคำคมสะกิดต่อมคิดว่าเดี๋ยวก็ตายแน่ๆ ไม่ต้องรีบไปตอนนี้หรอก
เธอกล้าพูดประโยคนั้นเพราะผ่านความทุกข์ทรมานกับสภาพครอบครัวที่พิการทั้งกายและใจ คุณพ่อมีอาการโรคจิต คุณแม่สั่งสมความเครียดที่ได้จากภาระผู้นำครอบครัว และน้องสาวปัญญาอ่อน
จุ๋ม นรีกระจ่าง เล่าว่า ตอนอายุ 25 ปีเคยพยายามกินยาเกินขนาดเพื่อฆ่าตัวตาย เพราะต้องการหนีปัญหา ไม่อยากรับรู้ และไม่อยากมีชีวิตต่อไป คิดว่ามันก็แค่แวบเดียว ทุกอย่างก็จบ
ขณะที่น้ำลายกำลังฟูมปากและเริ่มกระอักเลือด อยู่ๆ ก็นึกถึงน้องสาวขึ้นมาว่าจะอยู่อย่างไรและ ใครจะดูแลครอบครัวของเธอ
พี่เลยแยกออกมา ไม่เล่นไปกับทุกข์ด้วยแล้ว Me
Me
Ho
Ug
Ni
Ni
Ne
Al
Ad
As
As เริ่มรักตัวเอง มีชีวิตอยู่อย่างบันเทิง อร่อยกับมัน พี่เลือกใช้หนังสือบำบัด มันช่วยให้เราอยู่กับตัวเองและมองเห็นทางออก และใช้การร้องเพลง เพื่อให้เราได้ระบายออกบ้าง
เธอแนะนำว่า คนในครอบครัวสำคัญที่สุด ต้องใกล้ชิดที่สุด อย่าปล่อยให้วังเวง ให้คิดว่าอย่างไรพวกเราก็รักกัน ช่วยกันเยียวยา อธิบายเหตุผล แสดงออกถึงความรัก ทำให้เขาเริ่มเห็นคุณค่าของตัวเอง และยิ่งไปกว่านั้น ให้เขาอยู่บนโลกนี้ต่อไปเพื่อคนอื่น
วิเคราะห์ตัวเองให้ได้ว่าที่เราอยู่มีความสุขและใช่สิ่งที่เราต้องการหรือไม่ อย่ามัวแต่โทษคนอื่น เราต้องเห็นคุณค่าตัวเอง ตอนที่เรามีชีวิตอยู่นี่แหละ คือสิ่งที่ดีที่สุด นรีกระจ่างปิดท้ายได้กินใจ
แต่ตอนนี้ ความทุกข์ทรมานกัดกินหัวใจของเพื่อนฉันไปเท่าไรแล้วหนอ วานนี้ฉันได้ยินเสียงจากปลายสายบอกว่า สิ่งที่เธอทำได้ดีที่สุดคือทำใจให้ผ่อนคลาย และสวดมนต์ อ่านหนังสือธรรมะให้กับชายผู้เป็นที่รัก
เธอกำลังกุมมือและหวังว่าเขาจะรับรู้ความรู้สึกของเธอบ้าง สักนิดก็ยังดี
No comments:
Post a Comment