ทุกคนคงดื่ม เครื่องดื่มน้ำดำยี่ห้อดัง 2 ยี่ห้อทุกคน บางคนอาจจะติด ต้องดื่มทุกวัน ผมตอนเรียน นักศึกษา รักษาดินแดน รด ไป ฝึกที่เขาชนไก่ ร้อนมาก ได้ เครื่องดื่มน้ำดำทำให้มีแรง ฝึกจนผ่านมาได้
เรื่องที่จะเล่า เป็นเรื่องของหลานเพื่อน ซึ่งอยู่ต่างจังหวัด เมื่อ 5 ปี หลานของเธอเป็นผู้ชายชอบดื่ม(ติด) เครื่องดื่มน้ำดำมาก อายุตอนนั้นประมาณ 14 ขวบ พ่อ เห็นลูก ชอบ ก็เลย ซื้อ ใส่ ตู้เย็น เป็นลัง ดื่มแทนน้ำ ทุกมื้อ ทุกเวลาที่กระหายน้ำ
ติดต่อกันมาเป็นปี อยู่ๆ มา เด็กป่วย มีอาการ ท้องบวม ไม่สบายมาก ต้องเข้าโรงพยาบาล คุณหมอที่ต่างจังหวัด ต้องส่งตัว เข้า โรงพยาบาลรัฐบาล ที่กรุงเทพ คุณหมอ
ตรวจพบปัญหาที่ไต ต้องฟอกไต อาการหนักมาก รักษาเกือบปี พ่อแม่ต้องไปบนที่วัด ว่า ถ้าหายจะให้บวช สุดท้ายโชดยังดี ไม่เสียชีวิต ตอนนี้หายแล้ว ทั้งครอบครัว ไม่มีใครดื่มเครื่องดื่มน้ำดำอีกเลย ในตู้เย็นไม่มีสักกระป๋อง
อยากจะให้ ทุกคน ช่วยเตือน คนที่ชอบดื่ม เครื่องดื่มน้ำดำมากเกินไปจะเป็นอันตราย กับสุขภาพ ที่จริง อาหาร ทุกอย่างไม่ควร ทาน ดื่ม ซ้ำมากๆ เพราะ อาจจะมีสารพิษสะสม ควร ดื่ม เครื่องดื่ม หรือ ทาน อาหาร สลับกันไป
มะเร็งปากมดลูก ภัยอันตรายของหญิงสาว
แน่ใจหรือว่าเป็นตกขาวปกติ ที่ผมเรียกตกขาวว่าเป็น ภัยเงียบ ก็จากสาเหตุที่จะกล่าวต่อไปนี้ โดยจากประสบการณ์ที่ผมตรวจคนไข้มานั้นจะสังเกตว่าถ้าเป็นคนไข้สาวๆที่มีตกขาวมักจะรอนานจนเป็นหนักจึงมาตรวจ เพราะในสมองจะคิดหาข้ออ้างไว้ประการหนึ่งคือ คงเป็นตกขาวปกติ ไม่มีอะไรหรอก ที่กล่าวว่าเป็นการอ้างก็เพราะเป็นธรรมดาของหญิงไทยที่มักจะขี้อาย เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้บ้าง ไม่เหมือนบ้าง แต่ก็มักจะอายกันเป็นส่วนใหญ่ ผิดกับเด็กหญิงอเมริกันที่เริ่มตรวจภายในกันตั้งแต่วัยทีนเอจ แต่ก็เป็นข้อดีไม่น้อยเพราะทำให้อัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกไม่สูงเท่าในคนไทยเรา เพราะเมื่อตรวจภายในได้ส่องเข้าไปดูถึงปากมดลูก
ถ้าเห็นติ่งเห็นก้อนอะไรผิดปกติก็สามารถตัดและแก้ได้ทันตั้งแต่เนิ่นๆ มะเร็งยังไม่ทันลามไปต่อมน้ำเหลืองก็สกัดได้ทันก่อน พอมาเห็นคุณย่าคุณยายบ้านเราที่กว่าจะตรวจพบมะเร็งก็ สายเสียแล้ว ถึงรู้สึกเสียใจและเสียดายมากๆทีเดียวครับ สิทธิการิยะ ท่านว่าลักษณาการของตกขาวปกตินั้นประกอบด้วย เมือกสีขาวนวลคล้ายแป้งเปียก โดยมากมักไม่มีกลิ่นหรือในบางคนอาจมีอมเปรี้ยวได้บ้างเล็กน้อย(หมายถึงกลิ่นนะครับ ส่วนรสเปรี้ยวคงไม่มีใครไปชิมให้)ด้วยฤทธิ์ของแบคทีเรียสร้างกรดตัวหนึ่งชื่อ แลกโตบาซิลลัส ที่สร้างกรดแลกติกออกมา
ตกขาวปกตินี้เรียกอีกอย่างว่าตกขาวตามธรรมชาติมีไว้เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้ามารอนราญช่องช่องคลอด มักจะมีออกมามากในสี่ช่วงเวลาชีวิตสาวๆ ดังนี้ 1) ก่อนมีประจำเดือน 2) หลังมีประจำเดือน 3) ช่วงไข่ตก 4) ระหว่างตั้งครรภ์ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับพื้นเพเดิมด้วยว่าเราเคยมีตกขาวเยอะเพียงใด ถ้าเคยมีเพียงน้อยนิดแล้วจู่ๆก็มีมากขึ้นจน ติดกางเกงใน อย่างนี้แม้จะดูเหมือนเป็นตกขาวธรรมชาติก็ต้องเอะใจสักหน่อยแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นต้นว่า ท้องหรือเปล่า หรือถ้าเป็นแป้งเปียกมากเสียจนเหมือนลิ่มนมที่เด็กอาเจียนออกมา Ol
Je
Ec
Re
Re
Ha
Ke
Ti
Al
Ol
Gu
Al
Vo
Is
Se
Ca
Me
Fi
Bo
Cl
Re
Ch
To
Ro
Ba
นั่นคือติดเชื้อรากลุ่มยีสต์หรือแคนดิดาแล้วครับ เพราะเชื้อรากลุ่ม น้องดา นี้ก็มักจะชอบที่อับๆ ชื้นๆ เช่นในช่องคลอด ยิ่งใครชอบใส่ชุดว่ายน้ำรัดๆไปว่ายน้ำ หรือใส่ผ้าอนามัยอับสักหน่อยล่ะก็เหล่าน้องดาจะเจริญงอกงามอลังการทีเดียวแต่ไม่ถึงงอกเป็นเห็ดหรอกครับ แค่สร้างสปอร์เพื่อขยายเผ่าพันธุ์เพิ่มเท่านั้นแหละครับ โดยวิธีป้องกันตกขาวปกติไม่ให้กลายไปเป็นติดเชื้อน้องดาหรือแคนดิดานี้ก็มีเคล็ดวิธีง่ายๆ ที่ผม(ให้ผู้ป่วย)ใช้แล้วได้ผลดี
คือ 1) ถ้ามีตกขาวพยายามอย่า สวนล้างบ่อย หรือใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นบ่อยจนเกินไป สาวๆหลายท่านมักบอกว่าที่ต้องใช้บ่อยเพราะ ไม่มั่นใจ แต่ขอให้มั่นใจเถิดครับว่าการมีตกขาวนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้ามันสะอาดมากเกินไปเสียก็เท่ากับว่ากรุยทางให้เชื้อร้ายบุกเข้าสู่ภายในมดลูกได้ง่ายขึ้น
2) อย่าฉีดล้างภายในช่องคลอด บางคนสูญเสียความมั่นใจขนาดหนักเมื่อมีตกขาว ล้างด้วยน้ำยายังไม่พอ ขอฉีดซู่ซ่าเข้าไปข้างในให้สะอาดสะใจ เรียกว่าถ้าล้วงมดลูกออกมาล้างได้ก็คงทำไปแล้ว ขอเถิดครับอย่าทำเลย ค่อยๆ ใช้น้ำสะอาดนี่แหละครับล้างเบาๆ ก็พอ เพราะยิ่งคุณฉีดน้ำจากหัวฉีดหรืออะไรก็แล้วแต่เข้าไปจะยิ่งดันให้เชื้อจากในช่องคลอดวกกลับเข้าไปข้างใน และท่อปัสสาวะซึ่งอยู่เหนือช่องคลอดก็จะพลอยได้รับเชื้อไปด้วย สังเกตง่ายๆ เลยว่าเวลาช่องคลอดอักเสบมักพาให้เกิดท่อปัสสาวะอักเสบ ฉี่บ่อยๆ ฉี่ขัดๆ ไปด้วย ก็ด้วยเหตุที่กล่าวไปฉะนี้แล
3) อย่าใช้กางเกงในอับๆหรือชื้นๆ ฟังดีๆนะครับนี่คือเคล็ดวิชาสุดยอดเลย ให้เอากางเกงในตากแดด ห้ามตากพัดลมจนแห้งนะครับ ด้วยเหตุที่ว่าแสงยูวีจากแดดจะช่วยทำลายสปอร์เชื้อราได้ดีกว่ามาก ตกขาวหนอง ตกขาวในกรณีนี้จะไม่ค่อยขาวสนิทสวยงามเสียทีเดียวมักเป็นตกขาวปนเหลืองหรือเขียว และมีกลิ่น อับ แบบพิเศษที่ถ้าใครเคยได้กลิ่นสักครั้งจะจำได้ดี เพราะกลิ่นอันไม่โสภานี้เกิดจากการ หมัก ของแบคทีเรียบางชนิดในช่องคลอด และในบางคราวมีเชื้อปรสิตจำพวกพยาธิปนอยู่ด้วยซึ่งจะทำให้ตกขาวเป็นฟองและคันยุบยิบ
ถ้าสรุปเป็นข้อง่ายๆก็คือ
1) ถ้าตกขาวปนเขียวหรือปนเหลือง มีกลิ่นอับ มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเชื้อหนองในแท้ หนองในเทียมหรือคลามัยเดีย(Chlamydia) ก็จัดเป็นผู้ร้ายในกลุ่มนี้ด้วย
2) ถ้าตกขาวเป็นน้ำไหลโจ๊กหรือเป็นฟอง มักเกิดจากเชื้อปรสิตพยาธิ พวกทริโคโมแนส หรือเรียกสั้นๆว่า ทีวี(TV) ซึ่งคนละเรื่องกับโทรทัศน์ ตกขาวที่ผิดปกตินี้มักร่วมกับอาการเจ็บป่วยของอวัยวะใกล้เคียงด้วยได้แก่ มีแผลริมอ่อน,บริเวณปากช่องคลอด, กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, อุ้งเชิงกรานอักเสบ และถ้าในรายที่เป็นรุนแรงจะลามไปถึงปีกมดลูกทั้งสองข้างกลายเป็นกระเปาะหนองหรือฝีป่องอยู่ข้างในเรียกย่อๆว่า ทีโอเอ(TOA,Tuboovarian abscess) ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับชื่อสีทาบ้านใครทั้งสิ้น
ถ้าท่านใดสงสัยว่าจะเป็นนะครับให้ลองสังเกตดูบางทีจะมีตัวรุมๆหรือเหมือนมีไข้ต่ำๆร่วมด้วย เพราะว่ามันคือการติดเชื้อน่ะครับ ลองนึกดูว่าขนาดเรามีฝีข้างนอกยังจับไข้เลย แล้วนี่ดันมีฝีทั้งก้อนอาศัยอยู่ในเรือนกายมันย่อมทำให้ ร้อนใน รู้สึกไม่สบายเนื้อตัวแน่ๆ เวลาที่เจอคนไข้ที่สงสัยว่าจะเป็นเช่นนี้ผมมักจับทำอัลตร้าซาวน์ดูทุกคน เพราะเป็นวิธีง่ายๆ ที่แค่จรดหัวอัลตร้าซาวน์ลงไปคุณก็อาจจ๊ะเอ๋กับก้อนฝีนานาพันธุ์แล้วครับ เท่าที่เคยเจอมามีตั้งแต่ขนาดเท่าลูกบอลย่อมๆ ไปจนถึงเกาะกันเป็นพวงหนองคล้ายพวงองุ่น เห็นแล้วน่ากิน เอ้ย น่าขนลุกใช่เล่น ดูแล กันและกัน ให้ดีจะไม่มีภัยเงียบจากตกขาว ที่ไม่บอกให้ดูแลแต่ ตัวเอง
นั่นก็เพราะส่วนใหญ่ตกขาวในสตรีวัยเจริญพันธุ์นั้นมักเกิดจากเพศสัมพันธ์ ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นโรคน่ารังเกียจ เกิดจากคู่นอนสำส่อนอะไรเทือกนั้น แต่ขอให้ใจเย็นๆครับ ฟังทางนี้ก่อน อย่าเพิ่งด่วนไปทะเลาะชวนตีให้ชุลมุนกัน Hu
Ti
Du
To
Fi
Su
Su
Vo
Sa
Ke
To
Sa
To
Ug
Pa
Th
Ti
No
Te
Vi
เพราะการเกิดตกขาวใช่ว่าจะเกิดจากฝ่ายชายนอกใจไปมีอะไรกับกิ๊กเสมอไป ในหลายคราวที่เพศสัมพันธ์ไม่สะอาดหรือรุนแรงก็อาจทำให้เกิดรอยแผลฉีกขาดเล็กๆ ในช่องคลอดซึ่งเราไม่ทราบ แล้วเมื่อประกอบกับพฤติกรรมทำร้ายช่องคลอดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์จำพวก ใช้น้ำยาล้างภายในอย่างดุเดือด แถมด้วยฉีดน้ำเข้าไปชำระแบบถึงลูกถึงคนอีก ก็ยิ่งทำให้เชื้อลามเข้าไปติดข้างในง่ายขึ้น หรือบางท่านไปเที่ยวทะเล ใส่ชุดว่ายน้ำลงเล่นน้ำจนเพลินเดินขึ้นมากินส้มตำจนชุดแห้งแล้วก็ลงไปเล่นอีก อย่างนี้ก็จะนำไปสู่การได้เชื้อราแถมตอนกลับบ้านด้วยเช่นกัน
นอกจากนั้นคำถามยอดฮิตที่คนไข้ชอบถามอีกอย่างคือ ตกขาวแล้วกินอะไรไม่ได้บ้าง ถ้าให้ผมแนะก็คือไม่อยากให้กินของหมักของดองและพวกอาหารทะเลครับ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน แต่จากการสังเกตก็พบว่าบางท่านพอทานไปแล้วยิ่งตกขาวหนักขึ้นได้ อาจเนื่องมาจากสารกลุ่มไนโตรซามีน(Nitrosamine) ที่มีมากในโปรตีนเนื้อสัตว์ ซึ่งสารตัวนี้ถือเป็นสารก่อมะเร็งที่สำคัญตัวหนึ่งที่จะฟอร์มตัวได้ดีถ้าอยู่ในภาวะที่เป็นกรดเช่นในกระเพาะอาหารมนุษย์ แต่อย่าลืมว่าช่องคลอดคนเราก็เป็นกรดเหมือนกันนะครับจากแบคทีเรียแลคโตแบซิลลัสที่ผมได้กล่าวไป
บางทีถ้าร่างกายได้รับโปรตีนมากๆมันก็กลายสภาพเป็นกรดอะมิโนเข้ากระแสเลือดไปตามที่ต่างๆได้เหมือนกัน ดังนั้นก็ขอฝากหัวใจสำคัญเรื่องตกขาวทิ้งท้ายไว้ว่า
1) ถ้ามีตกขาวก็อย่าลืมสังเกตว่ามันเป็นตกขาวธรรมชาติหรือไม่
2) ถ้าไม่ใช่ก็ให้รีบจรลีไปพบแพทย์ก็อย่าลืมพาคู่รักไปตรวจด้วยนะครับ เพราะเขาก็อาจมีเชื้อได้เหมือนกัน (หรือเขาเองนั่นแหละเอาเชื้อมาให้เรา)
3) อย่าทนรอให้เป็นตกขาวนานๆแล้วค่อยเยื้องกรายมาตรวจนะครับ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณมรณะของเชื้อไวรัสเอชพีวีที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกก็เป็นได้
No comments:
Post a Comment