Saturday, August 8, 2015

ตากระตุก ไม่ใช่แค่ ขวาร้าย...ซ้ายดี

วันไหนอยู่ดีๆ แล้วเกิดตากระตุกขึ้นมา คนที่มีความเชื่อตามแบบโบร่ำโบราณจะต้อง คิดทันทีว่า ขวาร้าย ซ้ายดี แต่ถ้าไปถามหมอก็จะได้คำตอบว่าอาการตากระตุก แบ่ง ได้เป็น 2 กรณี คือ เปลือกตากระตุก และลูกตากระตุก

เปลือกตากระตุก อาจเกิดจากนิสัยความเคยชินในวัยเด็ก เด็กบางคนสามารถกระตุก เปลือกตาและใบหน้าเป็นครั้งคราวได้ และสามารถหยุดได้ทันทีเมื่อต้องการหยุด อาการจะหายไปได้เมื่อโตขึ้น นอกจากนั้นอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ มักพบในคน สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จะมีอาการเปลือกตา ค่อยๆบีบตัวเกร็งทีละน้อยจนกลายเป็นหลับตาแน่นมากทั้งสองตา เกิดเป็นครั้งคราว เป็นๆ กายๆ ขณะหลับจะไม่มีอาการ

หากทิ้งไว้นาน ความรุนแรงและความถี่จะมากขึ้นจน กลายเป็นตาปิดตลอด ทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ เปลือกตากระตุกอีกชนิดเกิดจากกล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ากระตุก มัก เกิดจากเส้นเลือดในสมองโป่งพอง หรือมีเนื้องอกกดเส้นประสาทที่มาเลี้ยงเปลือกตา จะมีอาการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อเปลือกตาและกล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกอาการเกร็ง จะคงอยู่แม้ขณะหลับจะมีอันตรายต้องได้รับการผ่าตัด
ตากระตุก เป็นอาการกระตุกของลูกตาเป็นจังหวะด้วยทิศทางและความแรงแตกต่างกันออก ไป เกิดได้หลายสาเหตุ เช่น เกิดขึ้นภายใน 2-3 เดือนแรก หลังคลอดหากลูกตากระตุ กเท่าๆ กันในตาทั้งสองข้างอาจร่วมกับการมีศีรษะสั่นด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมี ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น นอกจากนี้ยังพบได้จากการล้าของกล้ามเนื้อตาทำให้ตากระตุก กลุ่มนี้ไม่มีปัญหา อะไรหายเองได้ แต่หากอาการตากระตุกเป็นอยู่นานๆ ควรต้องไปพบแพทย์ เพื่อตรวจสอบ หาสาเหตุของโรคจะได้แก้ไขอย่างถูกต้องต่อไป

ชา เป็น Healthy drink หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไปแล้ว    

ไม่ใช่เพราะว่าช่วงนี้การดื่มชา ฮิตเป็นแฟชั่นหรอกค่ะ แต่บรรดานักวิจัยเขาค้นพบกันว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายโดยเฉพาะสารในกลุ่ม โพลีฟีนอล หรือฟาโวนอลซึ่งมีคุณสำบัติเป็นสารต้านออกซิเดชั่น ลดอัตราการเสี่ยงของอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปทำลายในเซลล์ ซึ่งถ้าปล่อยให้มีการทำลายเซล์เกิดขึ้นแล้วล่ะก็ โรคความจำเสื่อม โรคมะเร็ง ก็อาจถามหาและเกิดขึ้นกับตัวคุณได้ชา จึงเป็นเครืองดื่มเพื่อสุขภาพ มีประโยชน์ต่อร่างการมากมาย อาทิ ช่วยกระตุ้นให้ระบบประสาทและร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายมีอิทธิพลต่อขบวนการเมตาโบลิซึ่มของเซลล์ร่างกายช่วยขยายขนาดของหลอดเลือด และป้องกันโรคหัวใจตีบตัน ช่วยแก้กระหาย ช่วยในการย่อยอาหาร เหล่านี้เป็นต้น และชาที่ผลิตออกมาขายมีท้องตลาดก็มีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ชาเขียว ชาอูหลง ชาดอกไม้ ชาผสมน้ำผึ้ง ซึ่งแต่ละชนิดมีความพิเศษอยู่ในตัว หากเลือกดื่มได้ตรงกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราก็จะดีต่อสุขภาพกายยิ่งขึ้น ลองมาดูกันซิว่า ชาชนิดไหนที่เหมาะจะมาเป็นเครื่องดื่มถ้วยโปรดของเรา.....

1. ผู้ที่ทำงานแบบใช้สมอง ต้องซีเรียสเครียดกับงานทั้งวัน หรือ นักเรียนนักศึกษาที่ตรากตรำอ่านตำหรับตำราจนดึกดื่นควรดื่ม ชามะลิ
2. ผู้ที่รักการออกกำลังกาย หรือทำงานที่ต้องใช้แรงงาน เสียเหงื่อมากเหมาะกับ ชาอูหลง
3. ผู้ที่ต้องผจญสูดดมอากาศเป็นพิษอยู่เสมอ อาทิ ผู้ที่ขับขี่หรือสัญจรไปมาบนท้องถนน ด้วยรถจักรยานยนต์เป็นประจำเหมาะกับ ชาเขียว
4. ผู้ที่ในแต่ละวันนั่งตัวติดกับเก้าอี้ ไม่ค่อยขยับเขยื้อนกายไปไหนเลย อีกทั้งปกติไม่ชอบออกกำลังกายด้วยแล้ว เหมาะอย่างยิ่ง ชาเขียว ชาดอกไม้
5. ผู้ที่ชอบดื่มสุรา เครื่องดื่มของมืนเมา ควรดื่มชาเขียว
6. ผู้ที่นิยมรับประทานเนื้อสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ เหมาะกับ ชาอูหลง
7. ผู้ที่เข้าห้องน้ำแต่ละครั้งช่างทุกข์ทรมารเสียเหลือเกินแล้วยังมักท้องผูกเสมอๆ เหมาะกับ ชาผสมน้ำผึ้ง
8. ผู้ที่มีระดับคอเรสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูงเหมาะที่จะดื่มชาอูหลง หรือ ชาเขียว
9. สำหรับมนุษย์ยุคไฮเทคทั้งหลายที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน หากได้ดื่มชาเป็นประจำจะดีมาก (ชาอะไรก็ได้)เช่น ว่างเมื่อไหรก็คว้าแก้วมาดื่มแก้กระหาย ช่วยป้องกันรังสีที่แผ่ออกมาจากเครื่อง Ka At Mi Mi Mi Jo Jo To Ka Sh Co Co Co Sh Sh Va Va Sh Va Va Va De  อีกทั้งช่วยคลายเส้นกระดูกลดความอาการอ่อนเพลียได้อย่างชะงัดนักแล ค้นพบชาถ้วยโปรดแล้ว รีบชงชามาดื่มจะได้ดูดีแบบมีHealthy นะค่ะ

ความต่างของชาชนิดต่างๆ

มีใครทราบใหมค่ะว่าชาเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้นิยมมากที่สุดในโลก รองจากน้ำเปล่า โดยสำรวจพบว่ามีการบริโภคมากกว่า 800 ล้านถ้วบต่อวัน เนื่องจากชาเป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่มหอม คนจึงนิยมดื่มอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นชาวเอเซีย เช่น จีน ญี่ปุ่น หรือชาวยุโรป ชาที่นิยมในปัจจุบันแบ่งได้ 3 ชนิดใหญ่ ๆ ชาดำ Black tea ชาอูหลงOolong และชาเขียว Freen tea ซึ่งชาแต่ละชนิดต่างก็ได้มาจากใบของพืชชนิดเดียวกันที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis แต่ที่เรียกชื่อต่างกันนั้นก็เนื่องมาจากกรรมวิธีในการหมัก การบ่ม ที่ใช้ระยะเวลาแตกต่างกัน จนเกิดเป็นชาดำ ชาอูหลง ชาแกง ชาขาว ซึ่งก็เหมือนกาแฟชนิดต่าง ๆที่แท้มาจากเมล็ดกาแฟที่คั่วโดยใช้ระยะเวลาต่างกันนั่นเอง

การผลิตชาดำ

ทำได้โดบการนำใบชามาทำให้แห้งโดยการรีดน้ำที่หล่อเลี้ยงใช้ใบชาชุ่มชื่นออกมาเพื่อทำให้ใบชาเหี่ยวและอ่อนลีบ โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 16 ชั่วโมง De De Sh Vi Vi Vi Do Be Pe Ma Ma Ma Ma Ma Ma Ch Ch Ch Hi Ma L Se Bc หลังจากนั้นจึงนำใบชาที่แห้งแล้วมากลิ้งด้วยลูกกลิ้ง บดและฉีกต่อจากนั้นจึงนำไปหมัก ซึ่งหลังจากกระบวนการหมักทั้งสิ้นแล้ว จะได้ใบชาที่แห้งสนิท

การผลิตชาอูหลง

ผ่านกระบวนการผลิตด้วยการหมักแต่เพียงครึ่งหนึ่ง จึงทำให้รสชาติและสรรพคุณอยู่ระหว่างชาดำและชาเขียว กระบวนการผลิตชาอูหลงเริ่มจากนำใบชามาทำให้แห้งลีบโดยใช้เวลาทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงนำไปกลิ้งด้วยลูกกลิ้ง ฉีก และหมักด้วยระยะเวลาสั้นๆ

การผลิตชาเขียว

ทำโดยนำใบชามาอบไอน้ำ หลังจากนั้นจึงนำไปกลิ้งและทำให้แห้งอย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีการดังกล่าว จึงทำให้ใบชายังคงมีสีเขียว จากกระบวนการผลิตที่ง่ายและน้อยขั้นตอนทำให้ชาเขียวยังคงมีสารในพืชที่มีประโยชน์หลงเหลืออยู่มากกว่าชาชนิดอื่นๆ

No comments:

Post a Comment