หมอหทัย เผยผลิตภัณฑ์บุหรี่แปลงร่าง นิโคตินเจล ไม่ต้องสูบบุหรี่ แค่เอาถูมือก็ได้สารมหาภัย ชี้ทำความดันสูง หัวใจเต้นเร็ว คนมีโรคประจำตัวเสี่ยง แถมอาจทำให้สูบมากขึ้น แพร่ถึงมาเลเซีย ไม่รีบสกัดเข้าไทยแน่
นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย และประธานภาคีกฎหมายบุหรี่โลก 2550-2551 ขององค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้พบผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารนิโคติน และโฆษณาว่าเป็น Alternative cigarette หรือบุหรี่แปลงร่าง ซึ่งรูปแบบจะเป็นเจล ใช้ทามือแล้วถู เพื่อให้สารนิโคตินซึมเข้าสู่ร่างกายภายใน 30 วินาที
แม้ว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีส่วนผสมของใบยาสูบ แต่ก็ทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน เพราะไม่มีงานวิจัยรองรับ จึงไม่ทราบว่าร่างกายจะได้รับนิโคตินในปริมาณเท่าใด ซึ่งนิโคตินสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ คือ ทำให้ความดันเพิ่มขึ้น หัวใจเต้นแรง หากเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวก็อาจทำให้เกิดอันตรายได้ คล้ายกับบุหรี่อิเล็กทรอนิกที่มีการห้ามจำหน่ายไปแล้ว
นพ.หทัยกล่าวว่า บุหรี่แปลงร่างต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพื่อการเลิกบุหรี่ เพราะผลิตภัณฑ์เลิกบุหรี่ มีการศึกษาวิจัยเพื่อควบคุมปริมาณการใช้ ปริมาณที่ร่างกายสามารถรับได้ไม่เป็นอันตราย จนเป็นที่ยอมรับได้ว่าสามารถนำมาใช้เพื่อลดการสูบบุหรี่ได้จริง ต่างจากบุหรี่แปลงร่างที่โฆษณาว่าใช้แทนบุหรี่ ในกรณีที่ไม่สามารถสูบบุหรี่ได้ ซึ่งอาจทำให้สูบบุหรี่มากขึ้น เนื่องจากใช้โดยไม่รู้ปริมาณว่าร่างกายได้รับไปเท่าใดแล้ว ซึ่งนิโคตินเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง เมื่อร่างกายได้รับก็จะต้องการในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทยกล่าวว่า ทราบว่าบริษัทดังกล่าวเตรียมนำผลิตภัณฑ์ชนิดนี้วางแผนจำหน่ายบุหรี่แปลงร่างใน 10 ประเทศของเอเชีย คือ สิงคโปร์ ไทย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ฮ่องกง จีน อินเดีย บรูไน ออสเตรเลีย และเวียดนาม ซึ่งมีการตั้งโรงงานผลิตที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยนำเข้านิโคเจลจากอังกฤษเอามาบรรจุเป็นถุงเล็กๆ สำหรับขายปลีก และมีการวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกมากกว่า 400 แห่งในมาเลเซีย ส่วนไทยนั้นเนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยอันตราย จึงยังไม่ได้รับการอนุญาตให้จำหน่าย แต่จำเป็นต้องเข้มงวดในการลักลอบจำหน่าย โดยเฉพาะการขายผ่านอินเทอร์เน็ต
อาหารสร้างชีวิต
เด็กตัวเล็กที่ช่างพูดช่างถาม Vi
Pr
Vi
To
To
Fe
Je
Al
Ug
Ma
Vo
Vi
Ug มักจะเอ่ยปากถามพ่อแม่ด้วยคำถามที่หาคำตอบยาก
อยู่เสมอ อย่างเช่น แม่จ๋า ตัวของหนูใครเป็นคนสร้าง แขน ขา หนูมาจากไหน เด็กมักจะได้
คำตอบจาก พ่อ-แม่ ว่า พ่อ-แม่ เป็นคนให้หนูมาจ๊ะ ซึ่งเป็นคำตอบที่ไม่ผิดหรอก แต่ก็ยังไม่สะใจ
เด็กวัยช่างสงสัย หากเขาจะซักต่ออีกว่า พ่อ-แม่ เอาขา แขน หัว ลำตัว ตา จมูก มาจากไหน
ให้หนูล่ะ หากคุณเป็นพ่อ-แม่คุณจะให้คำตอบที่มีความเป็นจริงและให้เข้าใจง่าย ๆ ได้อย่างไร
พ่อ-แม่ แต่ละคนอาจจะให้คำตอบที่หลากหลายแก่ลูกไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่จะต้อง
เหมือนกัน คือ คำตอบนั้นจะต้องแฝงไว้ซึ่งความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ที่เด็กตัวเล็กจะต้องเริ่ม
เรียนรู้ว่า ส่วนประกอบของตัวคนเราทั้งหมดนั้นสร้างมาจาก อาหาร
ชีวิตเริ่มก่อร่างสร้างตัวตนตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา แม่กินอาหารขณะตั้งครรภ์
อาหารจะถูกย่อยสลายกลายเป็นสารอาหาร ส่วนหนึ่งแบ่งไปสร้างชีวิตให้ลูกน้อย แม่กินนม กินปลา
ซึ่งมีธาตุเหล็กสูง แม่จะแบ่งไปให้ลูกสร้างกระดกซึ่งเป็นโครงสร้างตัวคนเรา แม่กินเนื้อสัตว์ ถั่วเมล็ด
แห้งที่มีโปรตีน แม่จะแบ่งให้ลูกนำไปสร้างเนื้อและอวัยวะของลูก และแม่กินผักใบเขียว ตับสัตว์
ซึ่งมีธาตุเหล็ก แม่ก็แบ่งให้ลูกไปสร้างเป็นเม็ดเลือด
กระดูก เลือด เนื้อ และอวัยวะอื่น ๆ ของชีวิตคนเราได้มาจากอาหารที่แม่กินเข้าไปmผ่านทางสายรก เมื่อคลอดออกมา น้ำนมแม่ คืออาหาร Ha
Ma
Pr
Be
To
Vi
Ug
Ch
Vi
Fr
Iv
To
ที่ทำให้เจ้าทารกตัวน้อยดำรงชีวิตสืบชีวิต เติบใหญ่เข้าวัยเด็กเล็ก ซึ่งจะต้องกินข้าว ไข่ ปลา ผัก ผลไม้ต่อจากกินนมแม่ ทั้งหมดนั้นคืออาหาร การเจริญเติบโตของมนุษย์ในวัยเด็ก วัยรุ่น เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาหารคือปัจจัยสำคัญต่อการ เติบโต เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ วัยทำงาน และวัยผู้สูงอายุ อาหรก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ อย่างปกติสุข การกินอาหารถูกต้องเพียงพอทำให้ชีวิตยืนยาวเป็นสุข
No comments:
Post a Comment