ข้าวเหนียวดำ เป็นธัญพืชที่คนไทย นิยมรับประทานมานาน เพราะให้ความเหนียว ความมัน มีรสชาติที่น่ารับประทาน
คนไทยโบราณเชื่อว่า ข้าวเหนียวเป็นสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้ มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ร้อน นิยมปลูกในนาลุ่มที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ หรือปลูกในที่ดอนแบบข้าวไร่ทางภาคเหนือ ข้าวเหนียวมีหลายสายพันธุ์ แต่ที่คนส่วนใหญ่นิยมมีอยู่สองสี คือ ข้าวเหนียวสีขาว และข้าวเหนียวสีดำ
ข้าวเหนียวสามารถแปรรูปไปเป็นอาหารอื่นได้ ส่วนใหญ่จะทำเป็นขนม เช่น เทศกาลตรุษจีนก็ทำขนมเข่ง เทศกาลออกพรรษาทำข้าวต้มลูกโยน ข้าวต้มผัด ข้าวหลาม ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวนึ่งกินกับส้มตำ เป็นต้น
นอกจากข้าวเหนียวจะมีประโยชน์ทางด้านอาหารแล้ว ยังมีประโยชน์ในการบำรุงร่างกายช่วยขับลมในร่างกาย สร้างสารอาหารเสริมสมรรถภาพกระเพาะอาหาร
สาวไทยเมื่อครั้งอดีต นำมาช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนขึ้น โดยการนำข้าวสารเหนียวแช่ให้นุ่ม ผสมกับใบตำลึงอ่อน สัดส่วน 1 ต่อ 1 ตำให้ละเอียด นำมาพอกผิวหน้า ผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อช่วยลดริ้วรอยจุดด่างดำให้จางหายไป
นั่งตัวตรงผิดท่า กดทับหมอนรองกระดูก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูก ใช้การตรวจเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ศึกษาพบว่า ท่าการนั่งตัวตรงของพนักงานตามสำนักงานต่างๆ นั้นผิดท่า ทำให้แผ่นหลังแข็งเกร็งโดยไม่จำเป็น
เขาป่าวประกาศบอกในที่ประชุมรังสีแพทย์วิทยา แห่งอเมริกาเหนือ ว่า ท่านั่งกับโต๊ะที่ดีที่สุด จะต้องนั่งเอนเป็นมุมประมาณ 135 องศา L
Ni
Ad
Me
Th
Br
Ug
Sa
Br
Te
Ne
Ni
Ni
การนั่งผิดท่านั้น จะทำให้เกิดปวดหลังได้
แพทย์สมาคมจัดกระดูกอังกฤษ เคยศึกษาพบว่า คนส่วนใหญ่มากถึงร้อยละ 32 ล้วนแต่นั่งทำงานนานเกิน 10 กว่า ชม.ขึ้นไปทั้งสิ้น ที่ร้ายกว่าครึ่ง คือไม่ยอมลุกจากโต๊ะไป แม้แต่กินข้าวกลางวันด้วยซ้ำ ซ้ำยังมีคนอีกประมาณ 2 ใน 3 เลิกงานแล้ว กลับไปบ้านก็ยังคงไปนั่งท่าแบบนั้นต่ออีก
โฆษกรายงานที่ประชุมต่อไปว่า การนั่งตัวตรงจะทำให้หมอนรองกระดูกถูกกดทับหนักที่สุดและอาจเกิดเคลื่อนได้ แต่ถ้าเปลี่ยนมานั่งเอนทำมุม 135 องศา จะช่วยให้หมอนรองกระดูกเบาภาระลงมากที่สุด หมออาจารย์โรคกระดูกอีกท่านหนึ่งยังแนะว่า ถ้าจะให้ดีควรจะนั่งเอนเป็นมุมแค่ 120 องศาก็พอ เพราะเอนมากถึง 135 องศามันมากเกินไป จะนั่งไม่ค่อยอยู่ เพราะตัวจะลื่นไถลลงมา
โรคซึมเศร้าทำ โลกทุพพลภาพ
วารสารPLOS การแพทย์ ของสหรัฐฯ รายงานว่า มีการศึกษา พบว่า โรคซึมเศร้าเป็นตัวการทำให้พลโลกต้องทุพพลภาพลงมากที่สุดรองจากโรคปวดหลัง
Me
Ne
Br
Me
Ad
Ne
Ne
Ni
Al
Ni
To
Te จนผู้เชี่ยวชาญพากันให้ความเห็นว่า สมควรถือเป็นปัญหาเร่งด่วนทางสาธารณสุขอันหนึ่ง
นักวิจัยได้ศึกษาโดยเปรียบเทียบกับโรคอื่น 200 กว่าโรค และการบาดเจ็บ ลงความเห็นว่า เป็นสาเหตุของการทุพพลภาพอันหนึ่ง และองค์การอนามัยโลกได้พบว่า เป็นอาการที่เป็นกันอยู่ทั่วโลก แต่ผู้ที่โชคดีมีโอกาสได้รับการรักษากลับมีเพียงน้อยนิด
อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะได้รับการถือว่าเป็นสาเหตุของความทุพพลภาพของโลกอันดับ 2 แต่ผลกระทบของมันแตกต่างผิดกันไปในแต่ละประเทศ อย่างเช่น เกิดในอัตราสูงสุดที่อัฟกานิสถาน แต่มีน้อยที่สุดที่ญี่ปุ่น
ดร.อไลว์ เฟอราริ คณะสาธารณสุขประชากร มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ หัวหน้าคณะศึกษา กล่าวว่าโรคซึมเศร้าเป็นปัญหาใหญ่อันหนึ่ง เราควรจะสนใจมันมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เรายังจะต้องทำกันอีกมากกว่าที่จะปลุกความรับรู้และเข้าใจในเรื่องนี้ และพบหนทางรักษาในที่สุด
No comments:
Post a Comment